การทาสีเจล

การทำเล็บเจล คือการทาสีเจลแล้วนำมาอบด้วยเครื่องอบโดยใช้แสง UV  เพื่อทำให้สีแห้ง สีเจลอบแล้วจะแห้งทันที ไม่ต้องรอแห้งหรือเป่าลมเหมือนสีทั่วไป และสีเจลจะทนทานกว่าสีทาเล็บทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 2-3 อาทิตย์ จะแวววาวกว่า มันเงากว่า สวยกว่าสีธรรมดา สีเจลยิ่งเช็ดทำความสะอาด ด้วยผ้านุ่มๆ หรือแอลกกอฮอล์ยิ่งเงา แต่ที่สำคัญสีเจลล้างด้วยน้ำยาล้างเล็บธรรมดาไม่ได้ ต้องใช้น้ำยาล้างเจลเฉพาะ แต่โดยรวมแล้วการทาสีเจล ถือเป็นสิ่งยอดนิยมที่สาวๆทุกคนต้องทา และที่สำคัญการทาสีเจลลดปัญหาน่าหงุดหงิด จากสีทาเล็บธรรมดา เช่น แห้งช้า ไม่เงา พังง่าย ไม่ทน ให้หมดไป

สีเจล ต่างจาก สีธรรมดา ยังไง

        การทาสีเจลเป็นวิวัฒนาการใหม่ๆ สีธรรมดา หรือ ยาทาเล็บ ก็คือสีทั่วๆ ไปที่ใช้ทาเพื่อให้เกิดสีสันบนเล็บ จะมีความแตกต่างก็ตรงที่คุณภาพและส่วนผสมที่อยู่ในสีเหล่านั้น ถ้าเป็นสีราคาถูกไม่มีคุณภาพขวดละหลักสิบบาทก็อาจจะมีสารพิษตกข้างบนหน้าเล็บและสามารถเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน ส่วนสีที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างเช่นสีเจลในปัจจุบันจะไม่มีสารก่อให้เกิดมะเร็งเป็นสีแบรนด์นำเข้า สีเหล่านี้จะมีความคงทนและเงางามกว่าสีราคาถูก และเป็นสีที่มีการการันตีว่าเป็นสีปลอดสาร และปลอดภัยต่อแม่และเด็ก จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูงกว่าสีธรรมดา ณ ปัจจุบันนี้สีเจลได้รับความนิยมค่อนข้างสูงเพราะไม่ต้องระวังสีเลอะ หลังทาสีเสร็จสามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้ทันที เพราะสีเจลนั้นแห้งสนิทแล้ว สีจะติดอยู่กับเล็บไม่ลอกร่อนอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์ และการเอาสีออกก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงห่อน้ำยาสีเจลก็จะหลุดร่อนออกมาอย่างง่ายดาย


ขั้นตอนการใช้ยาทาเล็บ สีเจล

  1. เตรียมหน้าเล็บ โดยเช็ดหน้าเล็บให้สะอาด ดันขอบเล็บเข้าไปเล็กน้อย
  2. ตะไบหน้าเล็บ เพียงเบาๆ ให้ทั่วทั้งหน้าเล็บ
  3. ทาสีเจล สำหรับรองพื้น ( base coat gel ) เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 นาที
  4. ทาสีเจลที่ต้องการ ทาบางๆรอบแรก เข้าเครื่องอบเจลประมาน 30 นาที
  5. ทาสีเจล ที่ต้องการ รอบที่สอง เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 วินาที
  6. ทาสีเจล สำหรับเคลือบ Top Coat Gel  เข้าเครื่องอบเจลประมาณ 60 วินาที
  7. เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์


ข้อดีข้อเสียของสีเจล และ สีธรรมดา

        การทาสีเจลและสีธรรมดาต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยว่าชอบแบบไหน ดังนั้นการเลือกทาสีจึงมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป

        ข้อเสียสีธรรมดา

  1. แห้งช้า  ในการทาเล็บสีธรรมดาต้องเผื่อเวลา 30- 1 ชั่วโมงกว่าเล็บจะแห้ง เพราะใช้พัดลมในการเป่า
  2. ความเงางามเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง  หลังจากทาเสร็จหยิบจับสิ่งของต้องเพิ่มความระมัดระวังสีเล็บหมองหรือถลอกได้
  3. ไม่ทนทาน เนื่องจากไม่ได้ผ่านการอบสี ใช้การเป่าหรือพักให้แห้งดังนั้นโอกาสที่สีจะหลุดเป็นไปได้ง่าย
  4. กลิ่นแรง สีธรรมดาบางรุ่นบางยี่ห้อ มีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
  5. สีธรรมดาบางรุ่นไม่ได้มีการันตรีสีปลอดสาร

       
        ข้อดีสีธรรดา

  1. ล้างออกง่าย สามารถใช้น้ำยาล้างเล็บทั่วไปถูได้เลย ไม่ต้องห่อให้เสียเวลา
  2. ราคาถูก ราคาไม่ได้สูงเหมือนน้ำยาทาเล็บเจล
  3. สามารถซื้อมาทาได้ด้วยตนเอง เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการอบสี


        ข้อดีสีเจล

  1. สีสด สวย มีความแวววาว แค่ใช่สำลีชุปแอลกอฮอล์ ก็สร้างเงาเล็บให้เหมือนใหม่ได้ตลอดเวลา
  2. สีเล็บเจลแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย สีติดคงทน
  3. ลดขั้นตอนในการรอสีแห้ง เนื่องจากใช้แสง UV ในการอบ อบเสร็จสามารถหยิบจับสิ่งของได้ทันที
  4. มีสีสวย ให้เลือกมากมายหลายสี
  5. ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่ต้องเสียเวลารอสีแห้ง เนื่องจากใช้เครื่องอบ
  6. สามารถทำงานอาร์ตบนเล็บได้หลากหลาย


        ข้อเสียสีเจล

  1. ราคาการทาสีเจลแต่ละครั้งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสีธรรมดา
  2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสีเจลจะมีราคาสูง เช่น เครื่องอบ สีเจลนำเข้า
  3. การทาสีเจล หากช่างไม่มีประสบการณ์อาจทำให้สีที่ทาเป็นคลื่นได้
  4. น้ำยาล้างเล็บที่ใช้ในการถอดสีเจล ต้องได้คุณภาพ หากเป็นของที่ไม่มีคุณภาพ อาจทำให้เล็บเหลืองและเป็นเชื้อราได้
  5. ขั้นตอนในการล้างสีเจล จะต้องมีการตะไบหน้าเล็บหรือใช้เครื่องเจีย ทำการเจียสีบนหน้าเล็บออก หากตะไบหรือเจียสีไม่ดี อาจทำให้เล็บเปราะฉีกขาดง่าย


ทำเล็บเจลอย่างไรให้ปลอดภัย

  1. การพักเล็บ เพื่อเว้นช่วงให้เล็บได้พัก และซ่อมแซมตัวเองอย่างน้อย 1-3 เดือน หรือทำเล็บสีธรรมดาสลับกับเล็บเจล
  2. การพักเล็บยาว กรณีที่เล็บบางหรือเปราะฉีก แนะนำให้พักเล็บอย่างน้อย 3 เดือน ถ้าจะให้ดีคือ 6 เดือนเพราะเล็บใช้เวลาจากโคนถึงปลายประมาณ 6 เดือน
  3. หมั่นทาครีมหรือออยบำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เล็บได้รับความชุมชื่นทุกครั้ง หลังล้างมือตามด้วย หรือผลิตภัณฑ์บำรุงจมูกเล็บเช่น Cuccio Oil, CND RescueRx, Daily Keratin ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเหมาะมากๆสำหรับการพักเล็บและฟื้นฟูเล็บ
  4. การทำเล็บเจลอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะว่าเครื่องอบเล็บเจลบางร้านใช้เครื่องอบที่ไม่ได้มาตราฐานถ้าเราได้รับมันในปริมาณที่เข้มข้นมากจนเกินไปและต่อเนื่อง ในระยะยาวมันก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังนั้นเอง ควรเลือกและมองหาร้านที่ใช้เครื่องอบที่มีคุณภาพ มีการการันตรีว่าไม่ทำร้ายผิว


คำแนะนำหลังทำเล็บเจล

        1. ห้ามแกะเล็บเจลออกเอง

        หากต้องการนำเล็บเจลออก ต้องทำให้ถูกวิธี การแกะออกเองอาจทำให้หน้าเล็บโดนดึงไปพร้อมกับความเหนียวของตัวเล็บ ที่ส่งผลให้เล็บอาจฉีกได้ และหน้าเล็บบาง อ่อนแอ ลงได้ แนะนำให้ไปล้างที่ร้านหรือทำเองให้นำสำลีชุปน้ำยาถอดเล็บแล้วห่อทิ้งไว้ ก็สามารถนำเล็บเจลออกได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

        2.ห้ามใช้สินค้าไม่มีคุณภาพ

        ควรเลือกสินค้าและสีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันสารเคมีอันตรายจากเล็บเจลซึมเข้าสู่หน้าเล็บ ที่จะเป็นการสะสมของสารมีและส่งผลให้ระยะยาวได้ รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เล็บอ่อนแอจากการตะไบหน้าเล็บอีกด้วย

        3. ห้ามลืมที่จะบำรุงเล็บอยู่เสมอ

        หลังจากทาสีเล็บแล้วต้องดูแลเล็บของเราให้สวยและสุขภาพดีอยู่เสมอ ด้วยการทาครีมบำรุงมือและเล็บ เพื่อให้เล็บมีความชุ่มชื่น ไม่แห้งเสีย สามารถใช้เป็นน้ำมันหรือ Oil บำรุงได้ แนะนำ Oil ที่มีกลิ่นหอมธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสดชื่น แบรนด์ที่ทางร้านแนะนำเป็นแบรนด์ Cuccio Oil ช่วยบำรุงเล็บและมีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย

ลิฟติ้งขนตา

ลิฟติ้งขนตา (Eyelash lifting) หรือที่หลายคนเรียกว่าดัดโคนขนตาหรือยกโคนขนตา ช่วยให้ขนตางอนขึ้นเหมือนปัดขนตา การลิฟขนตาคือการดัดขนตา ทำให้ดูยาวและเต็มขึ้นโดยไม่ใช้ขนตาปลอม ลิฟติ้งขนตาเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากหลายคนหันมาเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของขนตาและความงามแบบธรรมชาติๆ  ลิฟติ้งขนตาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ลิฟติ้งอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 อาทิตย์ และไม่ต้องการดูแลมากมายหลังบริการ วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีความยาวและปริมาณขนตามากอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ขนตางอนขึ้นโดยไม่ต้องใช้มาสคาร่าปัดทุกวัน รู้สึกเบา ไม่หนักตา ธรรมชาติกว่า เพราะเป็นขนตาตัวเอง

ขั้นตอนการลิฟติ้งขนตา

การลิฟติ้งขนตาจะใช้เวลารวมประมาณ 45 นาที ระหว่างที่นอนลิฟติ้งขนตาที่ร้าน Organiq Nail Spa สามารถทำเล็บมือสวยๆไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

  • เตรียมความพร้อมก่อนลิฟติ้งขนตา ทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณขนตา ถ้าใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำต้องถอดออก
  • ทำการวางซิลิโคนแผ่นยาวบนเปลือกตา (ชิดกับขนตา) จากนั้นทาสารเคมีทำให้สามารถปรับแต่งรูปทรงของขนตาใหม่ได้ง่ายไว้ที่ซิลิโคน
  • จากนั้นจะทำการปัดขนตาขึ้นมาติดกับซิลิโคนที่อยู่ด้านบน บางที่อาจมีการใช้เซรั่ม (Serum) บำรุงขนตาและย้อมสีขนตาด้วย
  • ทิ้งไว้เป็นเวลา 15-20 นาที ก่อนจะเช็ดออก

ระยะเวลาและผลลัพธ์ของการลิฟติ้งขนตาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ผู้ให้บริการจะเป็นผู้แจ้งให้ทราบถึงความเป็นไปได้ก่อนที่จะทำ


ลิฟติ้งหรือต่อขนตาดีกว่ากัน

        ไม่มีอันไหนดีกว่าอันไหนค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าอยากได้ขนตาดูสวยเป็นธรรมชาติก็ลิฟติ้ง ถ้าอยากได้สวยแบบสะพรึงเต็มๆหน่อยก็ต่อขนตา บางท่านมีขนตาบางและสั้นมากๆ ผลลัพธ์ของการลิฟติ้งขนตาอาจจะไม่ถูกใจ ทางร้าน Organiq Nail Spa จะแนะนำให้ใช้เซรั่มขนตาก่อน Eyelash Serum เพื่อกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นขนตา ให้ขนตายาว หนา และแข็งแรง ลิฟติ้งจะได้สวย หรือบางคนก็จะทำลิฟติ้งขนตาหลังจากต่อขนตาแล้วสลับไปมา เพื่อให้ขนตาได้พักและยังได้บำรุงสุขภาพขนตาจากลิฟติ้งด้วย

ลิฟติ้งขนตา 

        ยกโคนขนตาของตัวเองเด้งงอนโดยไม่ต้องใช้ที่ดัดขนตา สามารถปัดมาสคาร่าเพิ่มความเด้งได้อีก  ไม่ทำให้เกิดความรำคาญ เพราะมันคือขนตาเราเอง

เหมาะกับ : คนที่มีพื้นคนตายาว หนา ในระดับหนึ่ง ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้น

การติดทน :  1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง หรืออาจนานกว่านั้น

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้มาสคาร่ากันน้ำเพราะทำให้ล้างทำความสะอาดยากหากไม่ใช้ออยล์ ควรระวังการเช็ดเครื่องสำอางไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของออยล์เพราะจำให้น้ำยาที่เคลือบขนตานั้นเสื่อมไว และควรระวังท่านอนดีๆ อาจทำให้ขนตาหัก

ต่อขนตา งอนสวยปิ๊งไม่ต้องแต่งหน้าเยอะก็สวย

ขนตาดูหนา เด้ง สามารถเลือกระดับความงอน ความหนาได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องปัดมาสคาร่าเพิ่มก็มีขนตาที่ดำเข้ม งอนหนา ดูตาหวาน ตื่นมาลงแป้งเขียนคิ้ว ปัดแก้ม ทาลิปก็จบ เพราะขนตาจะทำให้ตาสวยหวานไม่ต้องแต่งตาก็รอดได้

เหมาะกับ : สาวที่มีขนตาสั้น บาง หรือสาวที่มีขนตาอยู่แล้วแต่อยากเพิ่มความงอนความเด้ง

การติดทน : 2-3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ถ้ารักษาดีๆ ต้องหมั่นแปรงขนตาไม่ให้ยุ่งเหยิงด้วย

ข้อควรระวัง : ถ้าแต่งตาแล้วเช็ดเครื่องสำอางที่ตา ต้องเบามือมากๆ เพราะขนตาอาจร่วงได้ และยังทำให้ขนตาจริงหลุดมาด้วย ควรระมัดระวังท่านอนเพราะขนตาอาจเบี้ยว หัก หรือร่วง

การดูแลรักษาขนตาลิฟติ้ง

  • ห้ามโดนน้ำหรือไอน้ำอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ อบซาวน่า 
  • ขนะนอนควรระวังหมอน ควรเลี่ยงการสัมผัสกับขนตา พักก่อนสัก 2 วัน ให้ขนตาได้อยู่ทรง
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil) และ พาราเบน (Parabens)
  • สามารถใช้มาสคาร่าแบบไม่มีน้ำมัน (oil) และเว้นระยะ 48 ชั่วโมงหลังลิฟติ้งก่อนใช้


คนท้องลิฟติ้งขนตาได้ไหม
?

การลิฟติ้งขนตานั้น คือการนำเส้นขนตามาจัดเรียงบนซิลิโคน เพื่อให้ขนตางอนแล้วใช้ครีมลิฟติ้งทาบนขนตา และย้อมสีขนตา 

  • คนท้องมีการแพ้น้ำยาดัดผมหรือน้ำยาย้อมสีผมหรือไม่ (ถ้าคนท้องแพ้น้ำยาดัดผม น้ำยาย้อมผมก็มีโอกาสเสี่ยงแพ้ครีมลิฟติ้ง (น้ำยาดัดผมน้ำยาย้อมผม กับน้ำยาลิฟติ้ง ไม่เหมือนกันแต่ป้องกันไว้ก่อน)
  • การลิฟติ้งต้องนอนหงาย ปิดตา 1.30 ชม คนท้องต้องถามตัวเองว่า นอนหงายนานๆ ได้หรือไม่
  •  ฮอร์โมนของคนท้อง มีการแปรปรวนยิ่งช่วงไตรมาสสุดท้าย มีโอกาสสูงที่จะลิฟติ้งไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อย หรือลิฟติ้งขึ้น แต่อยู่ได้ไม่นาน ได้มีบทความของต่างประเทศมากมายกล่าวไว้


ลิฟติ้งขนตาแล้ว เห็นผลเลยหรือไม่
?

        หลังจากทำการลิฟติ้งเสร็จขนตาจะงอนโค้งได้รูป เห็นผลชัดเจน 


ลิฟติ้งขนตา อยู่ได้นานแค่ไหน
?

  • ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย ว่ายน้ำ อบซาวน่า อาจมีผลต่อรูปทรงขนตา

ลิฟติ้งขนตาที่ไหนดี

        การเลือกสถานที่จำเป็นและสำคัญมากเพราะช่างที่จะให้บริการต้องมีความรู้ความชำนาญเรื่องเส้นขนตาและขั้นตอนการลิฟติ้งอย่างแท้จริง ขนตานั้นเป็นบริเวณที่บอบบางและใกล้เคียงดวงตามาก การลิฟติ้งขนตาที่ Organiq Nail Spa ช่างที่ให้บริการเป็นช่างขนตาเฉพาะทางประสบการณ์สูงมีความเชี่ยวชาญ และผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และทางร้านใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดต่อบริเวณที่บอบบาง คุณลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ามารับบริการที่ร้านปลอดภัยและถูกใจแน่นอนค่ะ แต่ถ้าอยากให้ขนตาดูมีมิติมากกว่าการลิฟติ้งก็ขอแนะนำเป็นการต่อขนตาคะ จะได้ลุคที่ฟุ้งฟูกว่าการลิฟติ้งค่ะ

ลิฟติ้งขนคิ้ว

การลิฟติ้งขนคิ้วเป็นบริการการสร้างคิ้วที่ตั้งเรียงเส้นมันวาว สำหรับคนที่ชอบใช้มาสคาร่าปัดยกคิ้วให้ตั้งขึ้น ตัวนี้จะตอบโจทย์มากๆ เพราะขนคิ้วจะตั้งได้ โดยไม่ต้องใช้มาสคาร่าปัดคิ้วก็อยู่ได้ทั้งวัน โดยจะใช้น้ำยายืดขนคิ้วให้เรียงตัวสวยก่อนที่จะจัดแต่งทรงให้เข้ารูป การลิฟติ้งคิ้วให้ผลลัพธ์เรียกได้ว่ากึ่งถาวร (semi-permanent) เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องแต่งทรง ขั้นตอนนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการปัดแต่งทรงคิ้วในทุก ๆ วัน วันไหนอยากจะตั้งน้อย ตั้งมาก กำหนดได้เอง นอกจากคิ้วจะตั้งแล้ว จะช่วยให้คิ้วดูเต็มกรอบคิ้ว คิ้วดูมีขนเยอะขึ้นทำให้คุณมีคิ้วที่สวยโดดเด่นโดยไม่ต้องเสียเวลาอย่างแน่นอนค่ะ แต่ขนคิ้วยังไม่เป็นรูปทรงก็จะแนะนำให้ทำการแว๊กซ์คิ้วเพื่อทำการจัดทรงคิ้วให้สวยพร้อมสำหรับการทำลิฟติ้งขนคิ้วคะ

ลิฟติ้งขนคิ้วอยู่ได้นานไหม

         การลิฟติ้งขนคิ้วให้ผลลัพธ์กึ่งถาวรนั่นคือจะอยู่ไปประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่งซึ่งหลังทำไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ หลังจากนั้นหากขนคิ้วมีการตกลงมาหรือทรงไม่เข้ารูปสามารถมาทำซ้ำได้ทันทีค่ะไม่ว่าจะเป็นขนคิ้วหรือขนตาความอยู่ทนขึ้นอยู่การผลัดเส้นขนของแต่ละบุคคล แต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนมากจะอยู่ได้เต็มที่เลย 2 เดือน และสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยในการจัดเซ็ททรงคิ้วได้เช่น Belliss Lash Fixer จะช่วยฟิกและจัดทรงขนคิ้วให้ตั้งตลอดทั้งวันค่ะ

ใครเหมาะกับการลิฟติ้งคิ้ว

         การลิฟติ้งคิ้วเหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดเวลาการจัดแต่งทรงคิ้ว ผู้ที่มีขนคิ้วบางคิ้วสั้น ขนคิ้วไม่เป็นรูป ไม่เรียงตัว การลิฟติ้งจะช่วยให้คิ้วดูหนาและยาวขึ้น ขนคิ้วตั้งเรียงเส้น จัดทรงง่าย ผลลัพธ์การลิฟติ้งอยู่ยาวนาน 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง

การดูแลหลังการทำลิฟติ้งคิ้ว 

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน 1-2วัน
  • หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ 5 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำยาเซตตัวได้นานที่สุด
  • ใช้แปรงปัดเซ็ทขนคิ้วเป็นประจำ
  • ไม่ควรขยี้เส้นขนคิ้ว

ลิฟติ้งคิ้วที่ไหนดี

         การลิฟติ้งคิ้วเนื่องจากเป็นบริเวณที่อ่อนโยนและต้องมีเทคนิคการออกแบบคิ้ว แว็กซ์คิ้วแนะนำให้เลือกร้านที่มีช่างเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาได้คิ้วตรงเรียงเส้น สวยงาม หากช่างที่ทำไม่มีความชำนาญมากพอคิ้วอาจเกิดการหยิก คด งอ ถาวรได้ การลิฟติ้งคิ้วที่ร้าน Organiq Nail Spa ให้บริการโดยช่างคิ้วเฉพาะทางและเราใช้น้ำยาที่มีความอ่อนโยนสูง ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถมั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ และที่สำคัญต้องอย่าลืมจัดทรงคิ้วแว๊กซ์คิ้วให้สวยงามก่อนทำการลิฟติ้งคิ้วนะคะ

ต่อขนตา

ต่อขนตาคือ การนำเส้นขนตาปลอมไปต่อกับเส้นขนตาจริงทีละเส้นหรือจับช่อเองตามรูปแบบที่เลือก สามารถเลือกความหนาความบางและรูปทรงดวงตาได้ การต่อขนตาช่วยทำให้ดวงตามีเสน่ห์มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาใช้มาสคาร่า ดัดขนตา และติดขนตาปลอมทุกๆวัน โดยความติดทนนานของขนตาต่อจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของกาว และการดูแลรักษาหลังการต่อ

ต่อขนตามีกี่แบบ ต่างกันยังไงบ้าง

        การต่อขนตาของทางร้าน Organiq Nail Spa ขนตาที่ทางร้านเลือกใช้จะเป็นขนมิ้งค์เป็นขนที่ยอดนิยมที่สุด น้ำหนักเบา ขนนิ่ม ความเงาเท่ากับขนตาจริงดูแล้วเป็นธรรมชาติ และราคาก็สูงยิ่งกว่าขนชนิดอื่นๆเช่นกัน เส้นขนตามีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีลักษณะต่างกัน และเหมาะกับความต้องการที่ต่างกัน โดยขนตาที่นำมาต่อนั้นจะทำจากวัสดุ 4 ชนิดหลักๆ  ได้แก่ เส้นผม เส้นไหม วัสดุสังเคราะห์ (ไฟเบอร์ โพลีเอสเตอร์) และขนสัตว์ (กระต่าย ม้า มิงค์)

รูปแบบการต่อขนตาหลักๆของทาง Organiq Nail Spa มีดังนี้

Classic หรือ ต่อขนตาแบบเส้นต่อเส้น เป็นการต่อขนตาแบบขนตาจริง 1 เส้น ต่อขนตาปลอม 1 เส้น เหมาะสำหรับคนที่มีดวงตาเล็ก และขนตาสั้น หรือขนตาทิ่มลง การต่อเส้นต่อเส้นจะช่วยเพิ่มเส้นขนตาให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเป็นขนตาจริงของเรา การต่อขนตาแบบนี้หลังต่อเสร็จจะคล้ายกับการลิฟติ้งขนตาจะให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ

2D เป็นการต่อขนตาแบบขนตาจริง 1 เส้น ต่อขนตาปลอม 2 เส้น(นำขนตา 2 เส้นมาจับช่อคู่กัน) เป็นการต่อขนตาแบบธรรมชาติที่เหมาะกับคนที่อยากให้ใบหน้าดูสวยหวานขึ้นโดยการต่อขนตาแบบนี้จะทำให้ขนตาดูหนากว่าแบบ Classic

Volume Up เป็นการต่อขนตาแบบขนตาจริง 1 เส้น ต่อขนตาปลอม 1 ช่อ (นำขนตามาจับช่อรวมกัน 3-5 เส้น) การต่อขนตาแบบนี้ จะทำให้ขนตาดูหนามาก เหมาะสำหรับผู้ที่แต่งหน้าเป็นประจำ ต้องการให้ขนตาแน่น และอยากมีขนตาเต็มๆ เหมือนใส่ขนตาปลอมแบบธรรมชาติ ก็จะเหมาะกับแบบนี้ค่ะ

Auto Y เป็นขนมิ้งค์แท้เส้นคู่ ที่มีน้ำหนักเบา ไม่หนักตา โคนเส้นไม่หนาไม่บาดผิว เหมาะสำหรับลูกค้าที่เน้นความรวดเร็ว

        ความหนาของเส้นขนตายังมีให้เลือกหลากหลายด้วย ช่างต่อขนตานิยมนำขนตาขนาดความหนา 0.10 มม. และ 0.15 มม. มาผสมกัน เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ขนตา
        – 0.10 มม. เป็นขนตาที่ผอมบางกว่าขนตาปกติ
        – 0.15 เป็นขนาดที่เท่ากับขนตาจริงมากที่สุด
        – 0.07 , 0.06, และ 0.05 มม. เหมาะสำหรับนำมาทำเป็นช่อ 3-5 เส้นต่อ 1 ช่อ


        การต่อขนตาต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมและฝึกฝนแล้วเท่านั้นที่สามารถให้บริการต่อขนตากับคุณลูกค้าได้ ทางร้าน
Organiq Nail Spa เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจต่อขนตา ช่างขนตาได้มีการอบรมและเพิ่มทักษะเป็นประจำเพื่อรักษามาตรฐานการทำงานและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และสามารถออกแบบหลากหลายสไตล์ ทำให้ดวงตาของคุณมีเสน่ห์ชวนมอง และตรงตามความต้องการของลูกค้า


การเตรียมตัวก่อนต่อขนตา และการดูแลหลังต่อขนตา

        ก่อนที่เราจะไปต่อขนตานั้น ไม่ควรแต่งหน้าไป โดยเฉพาะบริเวณดวงตา ไม่ควรใช้อายไลน์เนอร์ อายแชโดว์ และมาสคาร่าใดๆ ซึ่งการต่อขนตาจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วแต่ประเภทของขนตาและสไตล์ที่เลือก หากเราเลือกแบบหนามาก เช่น แบบ Volume up ก็อาจจะใช้เวลานานกว่าประมาณ 2 ถึง 2 ชั่วโมงครึ่งค่ะ ของทางร้านลูกค้าสามารถนอนต่อขนตาพร้อมทำเล็บสวยๆไปพร้อมกันได้เลยโดยที่ไม่เสียเวลาค่ะ

  • หลังต่อขนตา ห้ามให้ขนตาโดนน้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะกาวได้รับความชื้นอาจทำให้ขนตาต่อหลุดง่าย
  • ล้างหน้าในอุณหภูมิปกติ หลบหลีกการอาบน้ำที่ทำให้น้ำโดนขนตาโดยตรง ได้แก่ การเปิดน้ำตากฝักบัวรดใส่หน้า
  • หลีกเลี่ยงการอบเซาน่า (Sauna) แช่อ่างน้ำร้อน หรือพ่นไอน้ำบริเวณผิวหน้า เพราะอาจทำให้กาวต่อขนตาเสื่อมสภาพจนขนตาหลุดได้ หากต้องการบำรุงผิวด้วยวิธีดังกล่าว แนะนำให้ใช้สำลีปิดรอบดวงตาไว้ก่อน
  • ใช้ชำลีเช็ดเบาๆแล้วก็หลีกเลี่ยงการใช้ออยล์ถูรอบๆรอบดวงตา
  • ดูแลขนตาด้วยเซรั่ม ผลิตภัณฑ์ Eyelash Serum ที่กระตุ้นการสร้างเส้นขนใหม่ ต้องเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาสำหรับขนตาต่อ 
  • หลีกเลี่ยงการใช้ที่ดัดขนตา เพราะอาจทำลายรอยต่อระหว่างเส้นขนตาจริงและขนตาต่อ มีส่วนทำให้ขนตาจริงเปราะหักง่าย หากดัดขนตาหรือปัดมาสคาร่า อาจจะทำให้ขนตาจริงหลุดร่วงง่าย กรณีที่อยากปัดมาสคาร่าเพื่อจัดทรงขนตาสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ Eyelash Fixer ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับขนตาต่อ
  • ไม่ควรขยี้ตา ถอนหรือดึงขนตาปลอมออก เพราะอาจจะเป็นผลให้ขนตาจริงหลุดติดมาด้วย
  • แปรงขนตาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรขยี้ตาหรือดึงขนตาออกควรได้รับการถอดขนตาอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


ต่อขนตา อันตรายไหม
?

        การต่อขนตาไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป คนจำนวนมากสามารถต่อขนตาได้โดยไม่เกิดอาการแพ้ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่แพ้สารเคมี ซึ่งเป็นส่วนผสมของกาวติดขนตา กาวที่ใช้ต่อขนตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง อาการแพ้ การติดเชื้อบริเวณกระจกตาหรือเปลือกตา และเปลือกตาบวมได้ หรือแพ้เครื่องมือที่ใช้ต่อขนตาเช่นกัน โดยอาจมีอาการระคายเคืองหลังจากการติดขนตาได้ ถ้าต้องการถอดขนตาที่ต่อออกแนะนำว่าควรกลับมาถอดที่ร้านจะดีกว่าค่ะ เพราะหากถอดเองที่บ้านอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้เนื่องจากคราบกาวที่ต่อขนตานั้นอาจออกไม่หมด  ก็อาจทำให้ขนตาจริงได้รับความเสียหายหรือหลุดร่วงออกมาด้วย เพราะขนตาที่ต่อนั้นสามารถอยู่ได้นานเพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยจะร่วงหลุดไปพร้อมกับการผลัดขนตาจริงตามกลไกปกติของร่างกาย การต่อขนตาอาจเป็นประสบการณ์ความสวยครั้งใหม่ และครั้งแรกของคุณผู้หญิงหลายๆคนแต่ไม่น่ากลัวเลยค่ะ เพราะถ้ามัวแต่กลัวจะไม่มีวันได้พบกับประสบการณ์ความสวยอันน่าทึ่งนี้ ลองเปิดใจให้ทางร้าน Organiq Nail Spa ได้ดูแลเปลี่ยนลุคให้คุณผู้หญิงสวยได้อย่างไม่คาดคิดเลยค่ะ สำหรับคนที่กังวลเรื่องการต่อขนตาก็ยังมีอีกวิธีที่ทำให้ดวงตาสวยได้ด้วยการลิฟติ้งขนตาถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ


หลังต่อไปแล้วขนตาจะหลุดร่วงไหม

        ปกติขนตาจริง จากมีการหลุดร่วงตามธรรมชาติแค่เรามองไม่เห็น แต่เมื่อมีขนตาปลอมที่ต่ออยู่กับขนตาจริงจึงทำให้เราสังเกตง่ายขึ้นเมื่อเกิดการหลุดร่วง กรณีอื่นที่อาจทำให้เส้นขนตาหลุดร่วงได้แก่ ขั้นตอนในการเตรียมต่อขนตา เทคนิคการต่อขนตาของตัวช่าง การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลหลังต่อขนตาเป็นต้น

        ทั้งนี้ทางร้าน Organiq Nail Spa มีการรับประกันความสวยภายในระยะเวลา 4 -7 วันหลังต่อ เพื่อให้คุณผู้หญิงสวยได้อย่างมั่นใจ ยาวนานกว่า 3 สัปดาห์เลยค่ะ


ข้อดี-ข้อเสีย! ขนตาปลอม
VS ขนตาถาวร ต่างกันยังไง

        ขนตาปลอมแบบที่มีขายทั่วไป ซื้อมาติดกันประจำวันส่วนใหญ่แล้วขนตาปลอมแบบนี้จะมาเป็นแพ ที่ถูกออกแบบมาแล้วว่าตรงไหนสั้น ตรงไหนยาว เราแค่ทากาวที่โคนขนตา แล้วก็วางติดลงไปได้เลย

        ข้อดี

        – สะดวกรวดเร็ว ติดแป๊บเดียว มีหลายแบบให้เลือก ขนตาสั้น-ยาวต่างกันไป

        – ถอดออกง่ายไม่ยุ่งยาก แค่ดึงเบาๆ ก็หลุดออกมาแล้วค่ะ ไม่เจ็บ

        – มีหลายราคาให้เลือกทั้งแบบถูกๆ ไม่ถึงหลักร้อยหรือแบบขนแท้ที่เนียนและระคายเคืองน้อยกว่า

        – สามารถเพิ่มความหนาได้ แค่วางซ้อนทับกัน จะได้ทรงขนตาที่หลากหลายขึ้นด้วย

        ข้อเสีย

        – ไม่เป็นธรรมชาติเท่ากับการต่อขนตา

        – ต้องติดและถอดออกทุกวัน อาจไม่เหมาะกับวันที่ขี้เกียจหรือรีบๆ

        – หลุดง่าย และเวลาหลุดจะห้อยๆ ดูออกทันทีว่าติดขนตาปลอมมา

        – ต้องพกกาวติดขนตา หรือขนตาสำรอง เผื่อขนตาหลุดกลางคัน

        – เวลาต้องเดินทาง หรือไปเที่ยวเมืองนอก ต้องพกขนตาและกาวติดขนตาไปด้วย


การต่อขนตาถาวร

        การต่อขนตาแบบนี้ ไม่ใช่การต่อถาวรแบบตลอดชีวิตนะคะ แต่เป็นการต่อขนตาให้ติดแน่นและทนมากกว่าการติดขนตาแบบช่อ เพราะเป็นการทากาวลงบนเส้นขนตาของเรา เพื่อเพิ่มเส้นขนตาปลอมเข้าไปทีละเส้น เลยต่างจากการติดขนตาปลอมแบบแผง

        ข้อดี

        – ติดแล้วเนียนเป็นธรรมชาติ เพราะติดลงไปทีละช่อ ทีละเส้น จนกลมกลืนไปกับขนตาจริง

        – ติดแน่นติดทน  ไม่ต้องคอยติดและเอาออกทุกวัน เพราะติดครั้งเดียวติดทนไปได้เป็นอาทิตย์

        – สวยทั้งตอนนอนและตื่นนอน ตอนไม่แต่งหน้าก็ยังรอด เพราะมีขนตาเด้งๆ ช่วยไว้ให้ดูไม่โทรม

        – ถ้าต้องเดินทาง หรือไปเมืองนอก ก็ไม่ต้องคอยพกอุปกรณ์ติดขนตา

        ข้อเสีย

        – ติดแล้วต้องคอยล้างหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะเหมือนมีขนตาคอยรับน้ำตลอดเวลา และต้องคอยระวังไม่ให้หลุดด้วย

        – เวลาขนตาหลุด จะหลุดออกเป็นเส้นๆ หรือเป็นช่อ ทำให้ดูเหมือนขนตาแหว่งในบางจุด

        – ระคายเคืองได้ง่ายกว่า เพราะต้องติดแน่นทนนานอย่างน้อย 1-2 อาทิตย์กว่าจะหลุด ทำให้มีเชื้อโรคสะสมง่าย

        – อาจทำให้เสียขนตาจริงไปบางส่วน ที่อาจจะร่วงติดไปกับขนตาปลอม

        – ถอดออกยาก ต้องใช้น้ำยาเฉพาะ หรือค่อยๆ หาวิธีทำให้กาวอ่อนตัวและหลุดออก เพราะกาวค่อนข้างแน่น

        รู้จักกับข้อดี-ข้อเสียของการติดขนตาปลอม กับการต่อขนตากันไปแล้ว ใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ

       รีวิวการต่อขนตาที่ Organiq Nail Spa

Asian Girls Weak spot For Area – The right way to Win Over an Asian Girlfriend

Asian young women have a very good weakness https://asiansbrides.com/burmese-brides/ for males. This is a characteristic that is ingrained in them. This means that they are often susceptible to all kinds of ways of wooing. On this page, we’ll talk about some strategies that can operate to win over an Oriental girl.

Asian Girls Weak spot For Area – The right way to Win Over an Asian Girlfriend

Asian young women have a very good weakness https://asiansbrides.com/burmese-brides/ for males. This is a characteristic that is ingrained in them. This means that they are often susceptible to all kinds of ways of wooing. On this page, we’ll talk about some strategies that can operate to win over an Oriental girl.

Asian Girls Weak spot For Area – The right way to Win Over an Asian Girlfriend

Asian young women have a very good weakness https://asiansbrides.com/burmese-brides/ for males. This is a characteristic that is ingrained in them. This means that they are often susceptible to all kinds of ways of wooing. On this page, we’ll talk about some strategies that can operate to win over an Oriental girl.