การทำเล็บเจล คือการทาสีเจลแล้วนำมาอบด้วยเครื่องอบโดยใช้แสง UV เพื่อทำให้สีแห้ง สีเจลอบแล้วจะแห้งทันที ไม่ต้องรอแห้งหรือเป่าลมเหมือนสีทั่วไป และสีเจลจะทนทานกว่าสีทาเล็บทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 2-3 อาทิตย์ จะแวววาวกว่า มันเงากว่า สวยกว่าสีธรรมดา สีเจลยิ่งเช็ดทำความสะอาด ด้วยผ้านุ่มๆ หรือแอลกกอฮอล์ยิ่งเงา แต่ที่สำคัญสีเจลล้างด้วยน้ำยาล้างเล็บธรรมดาไม่ได้ ต้องใช้น้ำยาล้างเจลเฉพาะ แต่โดยรวมแล้วการทาสีเจล ถือเป็นสิ่งยอดนิยมที่สาวๆทุกคนต้องทา และที่สำคัญการทาสีเจลลดปัญหาน่าหงุดหงิด จากสีทาเล็บธรรมดา เช่น แห้งช้า ไม่เงา พังง่าย ไม่ทน ให้หมดไป
สีเจล ต่างจาก สีธรรมดา ยังไง
การทาสีเจลเป็นวิวัฒนาการใหม่ๆ สีธรรมดา หรือ ยาทาเล็บ ก็คือสีทั่วๆ ไปที่ใช้ทาเพื่อให้เกิดสีสันบนเล็บ จะมีความแตกต่างก็ตรงที่คุณภาพและส่วนผสมที่อยู่ในสีเหล่านั้น ถ้าเป็นสีราคาถูกไม่มีคุณภาพขวดละหลักสิบบาทก็อาจจะมีสารพิษตกข้างบนหน้าเล็บและสามารถเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน ส่วนสีที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างเช่นสีเจลในปัจจุบันจะไม่มีสารก่อให้เกิดมะเร็งเป็นสีแบรนด์นำเข้า สีเหล่านี้จะมีความคงทนและเงางามกว่าสีราคาถูก และเป็นสีที่มีการการันตีว่าเป็นสีปลอดสาร และปลอดภัยต่อแม่และเด็ก จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูงกว่าสีธรรมดา ณ ปัจจุบันนี้สีเจลได้รับความนิยมค่อนข้างสูงเพราะไม่ต้องระวังสีเลอะ หลังทาสีเสร็จสามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้ทันที เพราะสีเจลนั้นแห้งสนิทแล้ว สีจะติดอยู่กับเล็บไม่ลอกร่อนอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์ และการเอาสีออกก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงห่อน้ำยาสีเจลก็จะหลุดร่อนออกมาอย่างง่ายดาย
ขั้นตอนการใช้ยาทาเล็บ สีเจล
- เตรียมหน้าเล็บ โดยเช็ดหน้าเล็บให้สะอาด ดันขอบเล็บเข้าไปเล็กน้อย
- ตะไบหน้าเล็บ เพียงเบาๆ ให้ทั่วทั้งหน้าเล็บ
- ทาสีเจล สำหรับรองพื้น ( base coat gel ) เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 นาที
- ทาสีเจลที่ต้องการ ทาบางๆรอบแรก เข้าเครื่องอบเจลประมาน 30 นาที
- ทาสีเจล ที่ต้องการ รอบที่สอง เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 วินาที
- ทาสีเจล สำหรับเคลือบ Top Coat Gel เข้าเครื่องอบเจลประมาณ 60 วินาที
- เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์
ข้อดีข้อเสียของสีเจล และ สีธรรมดา
การทาสีเจลและสีธรรมดาต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยว่าชอบแบบไหน ดังนั้นการเลือกทาสีจึงมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป
ข้อเสียสีธรรมดา
- แห้งช้า ในการทาเล็บสีธรรมดาต้องเผื่อเวลา 30- 1 ชั่วโมงกว่าเล็บจะแห้ง เพราะใช้พัดลมในการเป่า
- ความเงางามเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง หลังจากทาเสร็จหยิบจับสิ่งของต้องเพิ่มความระมัดระวังสีเล็บหมองหรือถลอกได้
- ไม่ทนทาน เนื่องจากไม่ได้ผ่านการอบสี ใช้การเป่าหรือพักให้แห้งดังนั้นโอกาสที่สีจะหลุดเป็นไปได้ง่าย
- กลิ่นแรง สีธรรมดาบางรุ่นบางยี่ห้อ มีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
- สีธรรมดาบางรุ่นไม่ได้มีการันตรีสีปลอดสาร
ข้อดีสีธรรดา
- ล้างออกง่าย สามารถใช้น้ำยาล้างเล็บทั่วไปถูได้เลย ไม่ต้องห่อให้เสียเวลา
- ราคาถูก ราคาไม่ได้สูงเหมือนน้ำยาทาเล็บเจล
- สามารถซื้อมาทาได้ด้วยตนเอง เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการอบสี
ข้อดีสีเจล
- สีสด สวย มีความแวววาว แค่ใช่สำลีชุปแอลกอฮอล์ ก็สร้างเงาเล็บให้เหมือนใหม่ได้ตลอดเวลา
- สีเล็บเจลแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย สีติดคงทน
- ลดขั้นตอนในการรอสีแห้ง เนื่องจากใช้แสง UV ในการอบ อบเสร็จสามารถหยิบจับสิ่งของได้ทันที
- มีสีสวย ให้เลือกมากมายหลายสี
- ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่ต้องเสียเวลารอสีแห้ง เนื่องจากใช้เครื่องอบ
- สามารถทำงานอาร์ตบนเล็บได้หลากหลาย
ข้อเสียสีเจล
- ราคาการทาสีเจลแต่ละครั้งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสีธรรมดา
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสีเจลจะมีราคาสูง เช่น เครื่องอบ สีเจลนำเข้า
- การทาสีเจล หากช่างไม่มีประสบการณ์อาจทำให้สีที่ทาเป็นคลื่นได้
- น้ำยาล้างเล็บที่ใช้ในการถอดสีเจล ต้องได้คุณภาพ หากเป็นของที่ไม่มีคุณภาพ อาจทำให้เล็บเหลืองและเป็นเชื้อราได้
- ขั้นตอนในการล้างสีเจล จะต้องมีการตะไบหน้าเล็บหรือใช้เครื่องเจีย ทำการเจียสีบนหน้าเล็บออก หากตะไบหรือเจียสีไม่ดี อาจทำให้เล็บเปราะฉีกขาดง่าย
ทำเล็บเจลอย่างไรให้ปลอดภัย
- การพักเล็บ เพื่อเว้นช่วงให้เล็บได้พัก และซ่อมแซมตัวเองอย่างน้อย 1-3 เดือน หรือทำเล็บสีธรรมดาสลับกับเล็บเจล
- การพักเล็บยาว กรณีที่เล็บบางหรือเปราะฉีก แนะนำให้พักเล็บอย่างน้อย 3 เดือน ถ้าจะให้ดีคือ 6 เดือนเพราะเล็บใช้เวลาจากโคนถึงปลายประมาณ 6 เดือน
- หมั่นทาครีมหรือออยบำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เล็บได้รับความชุมชื่นทุกครั้ง หลังล้างมือตามด้วย หรือผลิตภัณฑ์บำรุงจมูกเล็บเช่น Cuccio Oil, CND RescueRx, Daily Keratin ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเหมาะมากๆสำหรับการพักเล็บและฟื้นฟูเล็บ
- การทำเล็บเจลอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะว่าเครื่องอบเล็บเจลบางร้านใช้เครื่องอบที่ไม่ได้มาตราฐานถ้าเราได้รับมันในปริมาณที่เข้มข้นมากจนเกินไปและต่อเนื่อง ในระยะยาวมันก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังนั้นเอง ควรเลือกและมองหาร้านที่ใช้เครื่องอบที่มีคุณภาพ มีการการันตรีว่าไม่ทำร้ายผิว
คำแนะนำหลังทำเล็บเจล
1. ห้ามแกะเล็บเจลออกเอง
หากต้องการนำเล็บเจลออก ต้องทำให้ถูกวิธี การแกะออกเองอาจทำให้หน้าเล็บโดนดึงไปพร้อมกับความเหนียวของตัวเล็บ ที่ส่งผลให้เล็บอาจฉีกได้ และหน้าเล็บบาง อ่อนแอ ลงได้ แนะนำให้ไปล้างที่ร้านหรือทำเองให้นำสำลีชุปน้ำยาถอดเล็บแล้วห่อทิ้งไว้ ก็สามารถนำเล็บเจลออกได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย
2.ห้ามใช้สินค้าไม่มีคุณภาพ
ควรเลือกสินค้าและสีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันสารเคมีอันตรายจากเล็บเจลซึมเข้าสู่หน้าเล็บ ที่จะเป็นการสะสมของสารมีและส่งผลให้ระยะยาวได้ รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เล็บอ่อนแอจากการตะไบหน้าเล็บอีกด้วย
3. ห้ามลืมที่จะบำรุงเล็บอยู่เสมอ
หลังจากทาสีเล็บแล้วต้องดูแลเล็บของเราให้สวยและสุขภาพดีอยู่เสมอ ด้วยการทาครีมบำรุงมือและเล็บ เพื่อให้เล็บมีความชุ่มชื่น ไม่แห้งเสีย สามารถใช้เป็นน้ำมันหรือ Oil บำรุงได้ แนะนำ Oil ที่มีกลิ่นหอมธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสดชื่น แบรนด์ที่ทางร้านแนะนำเป็นแบรนด์ Cuccio Oil ช่วยบำรุงเล็บและมีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย