SKIN BB-GLOW By STAYVE

ไม่ต้องยิงเลเซอร์ให้ผิวบาง ไม่กัด ไม่ลอกผิว ไม่เจ็บ ไม่ต้องฉีด

ด้วย SKIN BB-GLOW ที่จะช่วยให้ผิวขาวใสเหมือนสาวเกาหลี ขาวขึ้นทันที 1 ระดับ หน้าเด๊งเด้ง เหมือนทารองพื้นตลอดเวลาเลยค่ะ เป็นการฝังเซรั่มรองพื้นสูตรบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส และผิวเนียนละเอียดขึ้นชัดเจน

  1. การเตรียมผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับผิว จากประเทศฝรั่งเศส
  2. Stemcell Pre Skin บำรุงผิวก่อนทำด้วยสเตมเซลล์
  3. Skin BB Serum สูตรขาว เนียนเด้ง ด้วยเครื่องไมโครดิจิตอล 3 รอบ
  4. Collagen Mask มาร์คบำรุงผิวหน้า
  5. Oxygen Cooling -9 ผลักวิตามินด้วยเครื่องผลักยาเย็น ติดลบ -9องศา
  6. Stemcell DNA Serum Spain เซรั่มสเตมเซลล์ ฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก จากประเทศสเปน

การเชื่อมแกนผม

การเชื่อมแกนผมคือการเติมเต็ม ความแข็งแรงให้กับเส้นผมที่ผ่านการทำเคมีมาอย่างรุนแรง  ตัวเชื่อมแกนจะเข้าไปแทรกซึมทุกความพรุนบนเส้นผม ที่ขาดง่ายหรือหวีแล้วยืดลงมา ช่วยเชื่อมสมานแกนผมที่ถูกทำลายจากเคมี ให้กลับมาแข็งแรง มีน้ำหนัก ไม่เปราะขาดง่าย

        ผลิตภัณฑ์เชื่อมพันธแกนผมที่มีส่วนของสารสกัดบำรุงผมต่างๆ ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ฟื้นฟูผมแห้งเสีย หรือใช้ผสมเคมี สีทำผม ครีมยืดผมถาวร น้ำยาดัดผม และทรีทเม้นท์บำรุงผม ถนอมโครงสร้างแกนผมไม่ให้ถูกทำลายระหว่างทำเคมี

OLAPLEX

OLAPLEX (โอลาเพล็กซ์) สำหรับคนที่ชอบทำสีผมเป็นชีวิตจิตใจ หรือใครเป็นคนที่ติดตามเรื่องเกี่ยวกับผม จะต้องได้ยินชื่อของ OLAPLAX (โอลาเพล็กซ์)  คุ้นตากันมาบ้าง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกคิดค้นจากนวัตกรรมใหม่ที่จะส่งเคมีเข้าไปในโครงสร้างของผม ช่วยปรับโครงสร้างเส้นผม เชื่อมข้อต่อต่าง ๆ ของแกนผม (Bond) ไม่ให้ขาดออกจากกัน เมื่อข้อต่อไม่ถูกทำลาย ความเนียนแน่นของเส้นผมก็จะมีมากขึ้น เหมือนมีตัวช่วยต้านทานการทำร้ายผมจากเคมีได้ง่าย ๆ ส่วนผมที่เสียเมื่อข้อต่อกับมาเชื่อมกันผมที่เสียก็จะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

        OLAPLAX  เป็นตัวช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผม นวัตกรรมใหม่ที่ย้ำว่าไม่ใช่การใส่ซิลิโคนมาเคลือบให้ลื่นๆ ไม่ได้เป็นทรีทเมนต์ และไม่ได้ใส่น้ำมัน ตัวช่วยฟื้นฟูจากการทำเคมี ทั้งดัด ย้อม ฟอก ยืด จนผมขาดเยินจากข้างในให้กลับมาแข็งแรง การทำ OLAPLEX (โอลาเพล็กซ์) วิธีนี้ถูกคิดค้นโดย Dr.Eric Pressly และ Dr.Craig Hawker ในอเมริกาฮิตถึงขั้นมีใช้กันกว่า 70,000 ร้าน แถมยังฮิตไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เมืองไทยเรา

เคราติน จะบำรุงที่ชั้น 1 ช่วยคลือบผมให้ smooth ดูเงางาม ดูสุขภาพดีตลอดเส้น 

ทรีทเม้นท์ จะบำรุงให้สารอาหารแก่ผมที่อ่อนแอในชั้นที่ 2 ทำให้ผมนิ่มขึ้น ลื่นขึ้น กลับมาสภาพดีอีกครั้ง

OLAPLEX จะเข้าไปทำปฏิกิริยาชั้นในสุด คือชั้น 3 นั่นเองค่ะ ปรับโครงสร้างที่ให้แข็งแรง ไม่ว่าจะแย่ หรือ ดี เหมือนมีเสาเข็มที่แข็งแรงนั่นเอง 


ใครควรทำ
OLAPLEX?

        ทุกคนสามารถทำได้โดยเฉพาะคนที่ทำเคมีผม การทำเคมีทุกครั้งควรทำ OLAPLEX โดยเฉพาะถ้าทำเคมียิ่งเยอะ ยิ่งหลายรอบยิ่งควรทำมากๆ ค่ะ มีโอกาสทำให้ผมเสีย สามารถทำ OLAPLEX ได้ทุกครั้งที่ทำเคมี ถึงแม้ว่าผมเดิมจะสุขภาพดีอยู่แล้วก็สามารถทำ OLAPLEX ได้ค่ะ เพราะว่าการทำเคมี จะส่งผลกับผม ทำให้ผมเสียได้ หรือบางคนอาจจะถึงขั้นรุนแรงเลยด้วย 


ทำ
OLAPLEX ได้บ่อยขนาดไหน

        OLAPLEX จะต่างจากทรีตเมนต์ตรงที่ ผลจาก OLAPLEX เป็นถาวร ผลจะอยู่ตลอดไป แต่ถ้าเราต้องการทำเคมีใหม่ ก็สามารถทำ OLAPLEX ได้ทุกครั้งที่เราทำเคมี ไม่ว่าจะบ่อยขนาดไหน เพื่อป้องกันผมเสียจากการทำเคมีครั้งนั้นๆ ค่ะ 


สามารถทำ OLAPLEX ได้ที่ไหน

        OLAPLEX จะต้องทำในซาลอนเท่านั้นค่ะ  ทางร้าน Organiq Nail Spa ก็มีให้บริการ OLAPLEX ในการทำ OLAPLEX มีน้ำยา 3 ขั้นตอนค่ะ โดยขั้นตอนที่ 1,2 จะทำในซาลอน ส่วนขั้นตอนที่ 3 เป็นน้ำยาสำหรับ after care ซึ่งใช้สำหรับคนที่ทำ OLAPLEX แล้วกลับไปใช้ต่อที่บ้านคล้ายทำทรีตเมนต์ด้วยตัวเองอีกอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งจะทำให้ผลการทำ OLAPLEX อยู่ได้นานและประสิทธิภาพดีขึ้น OLAPLEX เป็นการซ่อมแซมผม ไม่ใช่การเคลือบ เพราะฉะนั้นผมที่ซ่อมแซมแล้ว จะแข็งแรงตลอดไป ถ้าเราไม่ทำให้เสียเพิ่มหรือใช้ความร้อนกับเส้นผมเยอะๆค่ะ ทางร้าน Organiq Nail Spa ก็มีให้บริการทั้ง ตัดผม ทำทรีทเม้นท์บำรุงผม ทำสีผม และยืดผมด้วยนะคะ และไม่ใช่แค่บริการผมนะคะ ทางร้านมีบริการทำเล็บ ต่อขนตา และบริการนวดตัว นวดหน้าด้วยค่ะ เรียกได้เลยว่าสวยครบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยค่ะ

เคราติน

เคราตินคืออะไรคำถามที่หลายคนสงสัย  เคราติน ก็คือ คอลลาเจนนั่นเอง เป็นคอลลาเจนที่มีโครงสร้างประกอบจากโปรตีนเส้นใยและเป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนัง ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ ลดอันตรายจากรังสี UV ที่จะมาทำร้ายผิว ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าโปรตีนชนิดนี้เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผมถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว รองลงมาก็จะอยู่ในเส้นขนและเล็บ และจะไปอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อต่างๆ ประมาณร้อยละ 2 ทั้งยังเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของผิวหนัง เส้นผม เล็บ และส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าร่างกายขาดเคราตินก็จะส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะเหล่านี้ ผิวหนังจะแห้งแตก ลอกเป็นขุย เล็บฉีกหรือเปราะง่าย ผมหยาบกระด้าง ชี้ฟู จัดทรงยาก กระทั่งผมบาง ผมร่วง ผมช็อต ก็เป็นสาเหตุจากการที่ร่างกายขาดเคราติน

ทรีทเม้นท์ผมเคราตินคืออะไร

        ผลลัพธ์ของการทำเคราตินบนเส้นผมขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมด้วยว่าแข็งแรงแค่ไหน และมีความหนามากน้อยเพียงใด ทรีทเม้นท์เคราตินจะซึมลึกเข้าไปในเส้นผมของคุณและผลักเอาเคราตินเข้าไปในเส้นผม เพื่อทำให้แข็งแรงขึ้นและตรงขึ้น ส่วนใหญ่ทรีทเม้นท์เคราตินจะใช้เคมีที่รุนแรงเพื่อช่วยในการแทรกซึมของเคราตินและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเส้นผม เพื่อให้เคราตินเข้าไปภายในผมได้ หลังทำทรีทเม้นท์เคราตินแล้ว เคราตินที่ใส่เข้าไปใหม่จะถูกล็อคไว้ด้วยการเป่าผมแห้งและการรีดผมให้ตรง ผลที่ได้จากเคราตินอาจแตกต่างกันในแต่ละคน เนื่องจากจะขึ้นอยู่กับสุขภาพ ประเภท และคุณภาพของเส้นผม


ประโยชน์หลัก ๆ ของเคราติน

        – ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ มากจนเกินไป จนเกินความพอดี

        – ช่วยลดอันตรายจากรังสียูวี ที่จะเข้ามาทำร้ายเส้นผมและผิว

        – ป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิวหนัง

        – เป็นสารอาหารหลักสำหรับการงอกใหม่ของเส้นผม

        – ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับชั้นเซลล์ผิวหนัง

        – สำหรับผมหยัก การใช้ทรีทเม้นท์เคราตินถือว่าได้ผลดี เนื่องจากลดปริมาณผมชี้ฟู หรือทำให้ผมหยักน้อยลง ผมจัดทรงได้ง่ายขึ้น 


เมื่อไหร่ต้องทำเคราตินผม

        ถ้าร่างกายขาดเคราตินเมื่อไร ก็จะมีสัญญาณเตือนทันทีเลย เช่น ผมบางลง ผมแห้ง เส้นผมชี้ฟู ผมขาด ผิวก็จะแห้ง แตก ลอกเป็นขุย จริงๆ แล้วร่างกายของเรา สามารถสร้างเคราตินได้เองตามธรรมชาติ ถ้าเคราตินเพียงพอเส้นผมจะปิดสนิท และหนังศีรษะจะชุ่มชื้น ไม่ลอกเป็นแผ่น เส้นผมจะเรียบลื่น มันเงา ดูสุขภาพดี แต่ ถ้าผิวหนังขาดเคราติน หรือถ้าเล็บขาดเคราติน เล็บก็จะเปราะ หักง่าย หรือฉีกเป็นชั้นๆ  เรียกว่า เคราตินจำเป็นต่อร่างกายมากเลยทีเดียวค่ะ


วิธีดูแลผมหลังทำเคราตินทรีทเม้นท์

เคราตินทรีทเม้นท์คล้ายกับการยืดผมเลยคือ 

  • งดสระผม 3 วัน สามารถไดร์หรือหนีบผมได้ตามปกติ ห้ามทำให้ผมเป็นรอย ไม่ว่าเกล้าผม มัดผม หรือทัดหู 
  • หลังการทำเคราตินไป2อาทิตย์ถึงจะสามารถทำเคมีอย่างอื่นได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟต เพราะสารตัวนี้จะเข้าไปกัดกร่อนทรีทเม้นท์
  • ห้ามว่ายน้ำสระหรือน้ำทะเล เพราะคอลลีนหรือเกลือเข้มข้น จะกัดเคราตินหลุดออกหมด หากจำเป็นให้ชโลมออยให้ทั่วเส้นผมแล้วใส่หมวกว่ายน้ำแทน


เคราตินทรีสเม้นเหมาะกับใครบ้าง

        เคราตินทรีทเม้นท์ไม่เหมาะกับคนที่ผมมัน หรือผมสุขภาพดีอยู่แล้ว เพราะจะทำให้เงามากเกินไปและหัวมันเร็วขึ้น หากเป็นคนเส้นผมแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือหยิกจากพันธุกรรมนั้นต้องใช้การยืดเคราตินทรีทเม้นท์เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาเส้นผมแบบต่างๆ และยังเหมาะกับคนที่ผมเบาฟุ้งชี้ฟูขาดน้ำหนัก และต้องการให้เส้นผมอ่อนนุ่ม เงางาม และจัดทรงง่ายมากขึ้นแต่ก็อยากที่จะมีผมเรียบตรง ไม่ชี้ฟู ไม่ลีบแบน ทั้งเส้นผมที่อยากเลี่ยงการยืดถาวร หรือสภาพเส้นผมที่ไม่สามารถยืดได้จริงๆ 


หลังจากทำทรีทเม้นท์เคราตินแล้วบำรุงผมแล้วสำหรับการ
ทำสีในครั้งต่อไป ทางร้าน Organiq Nail Spa ก็มีเฉดสีให้เลือกทั้งแบบสีเบจและสีแฟชั่นพาสเทล

DETOX HAIR SPA

DETOX  HAIR  SPA การทำดีท็อกซ์เส้นผมสามารถช่วยดูแลผมของเรา เพราะผมของเรามีสารเคมีตกค้าง จากทั้งการดัด ยืด ทำสี แล้วก็อย่างอื่นอีก การดีท็อกซ์เส้นผม คือ การทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะอย่างล้ำลึก โดยที่แชมพูทั่วไปไม่สามารถทำความสะอาดได้หมดจดนั่นเอง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดีท็อกซ์ล้างสารเคมีออกกันก่อนเพื่อที่จะได้รับการบำรุงได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ทำไมต้องทำดีท๊อกซ์ผม

        “ผม” เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่เสริมเสน่ห์ให้กับเจ้าของ ผมต้องผ่านการทำเคมี ตัด ดัด ย้อม ทำไฮไลท์ เพื่อให้เส้นผมธรรมดา ๆ สวยงาม การทำสปาให้กับหนังศีรษะโดยเฉพาะการทำดีท๊อกซ์ ที่ตอนนี้นิยมกันมาก การสปาและดีท๊อกซ์ผมก็สำคัญไม่แพ้กับการทำสปาให้กับผิวหน้า หน้าสวยแล้วผมต้องสวยด้วย “การทำดีท๊อกซ์ผม ช่วยชำระล้างสารพิษจากเส้นผมและหนังศีรษะ ตอนทำเสร็จจะเห็นได้เลยว่าน้ำที่ใช้ล้างผมเราเนี่ยขุ่น รู้เลยว่าสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้างออกมาเยอะมาก ทำให้ช่วยลดกลิ่นอับที่เส้นผม และยังมีระบบนวดศรีษะที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น


เมื่อไรควรทำดีท็อกซ์เส้นผม

เมื่อไรที่ผมเราผ่านการทำเคมีมา ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผม การฟอกสีผม การดัดผม หรือการยืดผม  และมีอาการดังนี้ 

  1. ผมยังคงแห้ง ขาดชีวิตชีวาทั้ง ๆ ที่บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง
  2. เมื่อรู้สึกว่าแชมพูทั่วไปทำความสะอาดไม่พอ เกิดกลิ่นอับระหว่างวันได้ง่าย หลังสระผมยังรู้สึกผมไม่สะอาด ผมหนัก ๆ แถมมันเร็ว 

        3. เกิดอาการคันศีรษะที่เกิดจากการหลุดลอกของเซลล์ผิวบริเวณหนังศีรษะระคายเคือง แดง และมีเซลล์หนังศีรษะลดลง

        4. ผมร่วง สารตกค้างจาการทำสารเคมีที่ไม่มีคุณภาพก็ทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ 

  1. เป็นรังแคเรื้อรัง ทำให้เซลล์หนังศีรษะเพิ่มขึ้นจนดูดซับน้ำมันส่วนเกินได้มากกว่าปกติ ส่งผลให้หนังศีรษะมีการตกสะเก็ดและกลายเป็นรังแคเรื้อรังในที่สุด

        เมื่อไรที่เจออาการข้างต้นดังที่กล่าวไว้ แนะนำให้ทำดีท็อกซ์เส้นผม เพื่อเส้นผมจะได้อยู่กับเราไปนานๆ


ควรทำดีท็อกซ์เส้นผมที่ไหน

        ทางร้าน Organiq Nail Spa มีบริการดูแลผม ตั้งแต่ ตัด สระ ซอย เซ็ททรงผม รวมถึงการทำทรีทเม้นท์สปาดีท็อกซ์ และบริการทำสีผม ทางร้านจะเน้นผลิตภัฑณ์ที่เป็นออแกนิก 80% และเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นการดูแลเส้นผมควรเลือกสถานที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี ดูสะอาด เพื่อเส้นผมที่จะได้อยู่กับเราไปนานๆ

การต่อเล็บอะคริลิค

การต่อแบบอะคริลิค เป็นการต่อเล็บโดยนำผงพอลิเมอร์ (Polymer) กับน้ำยาโมโนเมอร์ (Monomor) มาผสมกันจนกลายเป็นเจล ก่อนที่จะนำมาปั้นเป็นรูปทรงเล็บที่เราต้องการ ซึ่งเมื่อเจลแห้งแล้ว เล็บอะคริลิคจะยึดติดแน่นเนียนไปกับเล็บจริงของเรา จนดูไม่ออกเลยค่ะว่าเราต่อเล็บมา โดยการต่ออะคริลิคสามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ – 2 เดือน หรือตามการดูแลสุขภาพของแต่ละคน แต่เมื่อเล็บยาวจนเห็นโคนเล็บจริงของเรา คุณลูกค้าสามารถมาถอดเล็บ หรือว่าจะเติมโคนเล็บก็ได้ค่ะ

ข้อดีของการต่ออะคริลิค

  1. เจลอะคริลิคสามารถแข็งตัวรวมถึงแห้งได้เอง

         เจลที่ใช้ในการต่อเล็บแบบอะคริลิคสามารถเซตตัวและแห้งเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องอบแสง LED ทุกครั้งเหมือนกับการต่อเล็บเจล จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าผิวที่มือของเราจะหมองคล้ำขึ้นจากการอบแสงนั่นเองค่ะ

         2. เติมโคนเล็บได้โดยที่ไม่ต้องถอดเล็บอะคริลิคออก

         สำหรับการต่ออะคริลิคนั้นสามารถมาเติมโคนได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องถอดเล็บออกเหมือนการต่อเล็บแบบอื่น ๆ จึงช่วยในการลดปัญหาหน้าเล็บบางจากการตะไบหน้าเล็บ

         3. เลือกความยาวและทรงเล็บที่ต้องการได้

         เล็บอะคริลิคนั้นลูกค้าทุกคนสามารถกำหนดความยาว และทรงเล็บได้ตามที่ตนเองต้องการเลยค่ะ รวมถึงมีความคงทน ดูเป็นธรรมชาติ โดยอยู่ได้ยาวนาน3 สัปดาห์ – 1 เดือนเลยทีเดียว

         4. มีรูปแบบที่หลากหลายมากกว่าการต่อเล็บในรูปแบบอื่น

         รูปแบบในการต่ออะคริลิคมีหลากหลายมากมายเลยค่ะ อาทิ ต่อปลายขาว ฝังลาย ไล่กริตเตอร์ปลายเล็บ ปั้นนูน 3D และเพ้นท์เล็บ รวมถึงทาสีทับได้ทั้งสีธรรมดา และสีเจลเลยค่ะ จึงทำให้ทุกคนสามารถสนุกกับการต่อเล็บได้แบบไม่มีจำกัด


ข้อเสียของการต่ออะคริลิค

  1. กลิ่นที่ค่อนข้างฉุน

         น้ำยาที่ใช้ในการต่อเล็บอะคริลิคมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนมาก จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไวต่อกลิ่นหรือเป็นโรคจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้

         2. อาจเกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดผื่นแพ้

         เนื่องจากผงอะคริลิคและน้ำยาเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่ไวต่อการสัมผัสโดยตรง รวมถึงน้ำยาที่ใช้ในการถอดเล็บอะคริลิคอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือผื่นแพ้เมื่อสัมผัสกับผิวได้ หากใครมีปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจจะต้องระวัง

         3. ช่างที่ไม่ชำนาญในการต่อ อาจทำให้เกิดปัญหาเล็บเป็นเชื้อราได้

         เพราะการต่อเล็บถ้าหากในเล็บที่ต่อไม่เนียนติดไปกับเล็บจริง อาจทำให้เล็บของเราเป็นเชื้อราได้ และทำให้ทรงเล็บที่ต่อออกมาไม่มีความเรียบเนียน


         หากใครที่ชื่นชอบในการทำเล็บหลายรูปแบบ และสนุกกับการทำเล็บอยู่เสมอ สามารถมาต่อเล็บอะคริลิคได้ที่ร้าน Organiq Nail Spa ทางร้านยินดีให้บริการค่ะ นอกเหนือจากการต่อเล็บเรายังมีบริการด้านการทำเล็บมากมาย เช่น
การทำสปามือ-เท้า ทำทรีทเม้นท์หน้า นวดตัว แว๊กซ์กำจัดขน และทำผมด้วยค่ะ  สามารถมารับบริการสวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ครบจบที่เดียวค่ะ


การต่อเล็บมีกี่แบบ

         การต่อเล็บ เป็นที่นิยมแพร่หลายกันมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ความงามไม่ได้อยู่แค่ใบหน้า รูปร่างเท่านั้น เล็บก็คือส่วนสำคัญไปแล้วเช่นกัน การต่อเล็บเหมาะมากสำหรับใครที่กังวลเกี่ยวกับรูปทรงเล็บที่ไม่สวยงาม หรือปัญหาที่เกิดเมื่อไว้เล็บยาว เปราะบางฉีกขาดง่าย การต่อเล็บก็บ่งบอกได้ถึงบุคลิกและรสนิยมได้อีกด้วย กับคำกล่าวที่ว่า “เล็บ คือ มงกุฎของปลายนิ้ว” การต่อเล็บมีแบบให้เลือกดังนี้

         วิธีที่ 1 การต่อเล็บแบบ TIP หรือ PVC
         การต่อแบบ TIP หรือ PVC วิธีนี้เป็นการนำเล็บที่ขึ้นรูปแล้ว ด้วยพลาสติก หรือ Soft Gel มีลักษณะโค้งเข้ากับเล็บจริง การต่อเล็บรูปแบบนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สามารถทำเองได้ และใช้เวลาไม่นาน โดยอายุของเล็บ PVC  หรือ Soft Gel นั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน หากมือต้องโดนน้ำบ่อยๆ กาวอาจจะเสื่อมเร็วขึ้น แต่โดยทั่วไปจะมีอายุประมาณ 1-2 สัปดาห์ การต่อเล็บรูปแบบนี้ จะวัดขนาดเล็บตามต้องการ จากนั้นติดเล็บ PVC หรือ Soft Gel ลงบนเล็บจริงด้วยกาวติดเล็บหรือเจลโดยเฉพาะ เมื่อกาวหรือเจลแห้งก็ตะไบแต่งทรง และทาสีเล็บได้ตามต้องการ วิธีนี้ใช้เวลาไม่นานก็ได้เล็บที่สวยอย่างรวดเร็ว

         วิธีที่ 2 การต่อเล็บสำเร็จรูป
         เป็นการต่อเล็บแบบชั่วคราวเหมือนการต่อ PVC หรือ Soft Gel ใช้เวลาไม่นาน ราคาไม่สูง ได้ลวดลายตามต้องการ อาจเกิดปัญหาขนาดเล็บที่เพ้นท์ลายตามที่ต้องการแล้วไม่ได้ขนาดกับเล็บจริง หากตะไบแต่งทรงเล็บแล้วทำให้ลายเพ้นท์ถูกทำลายไปด้วย ข้อดีคือไม่ต้องทาสี หรือเพ้นท์เล็บอีก สามารถทำเองได้ไม่ต้องเข้าร้านทำเล็บ

         วิธีที่ 3 การต่อเล็บแบบอะคริลิค
         นับว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เล็บที่ได้จะเป็นธรรมชาติ ได้รูปทรงและความยาวตามต้องการขั้นตอนการต่อเล็บประเภทนี้สามารถกำหนดความยาวของเล็บและปั้นอะคริลิคบนเล็บตามรูปร่างและความยาวที่ต้องการ เมื่อเล็บยาวสามารถเติมโคนได้ และสามารถเติมสีสันให้เล็บได้โดยอิสระด้วยเทคนิคต่างๆ จากนั้นเคลือบ Top Gel เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บเกิดรอยขีดข่วน ตะไบแต่งทรงตามต้องการ และจึงทาสี หรือเพ้นท์เล็บ

         วิธีที่ 4 การต่อเล็บแบบเจล
         เป็นการต่อเล็บที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน เจลจะมีความยืดหยุ่นสูงเหมือนเล็บจริง มันวาว เงางาม ไม่มีกลิ่นฉุนเวลาต่อเล็บโดยเป็นวิธีที่พัฒนามาจากการต่อเล็บแบบอะคริลิคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความคงทนไม่มากเท่าการต่อเล็บแบบอะคริลิค ต่อความยาวได้น้อยกว่า ราคาสูงกว่าการต่อเล็บรูปแบบอื่น โดยใช้การอบด้วยแสงทำให้เจลแข็งตัว เล็บแบบเจลจะมีความเงางามและเบากว่าแบบอะคริลิครวมทั้งยังถอดเล็บง่ายกว่าด้วย แต่ไม่แข็งแรงเท่าแบบอะคริลิค

แม้ว่าการต่อเล็บจะเป็นการเสริมความงามให้มือและเท้าแต่ไม่ควรต่อเล็บบ่อยเกินไป  เพราะหากเล็บได้รับสารเคมีติดต่อกันนานๆ โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องก็อาจทำให้สุขภาพเล็บเสื่อมลงได้ ดังนั้นเมื่อไรที่พักเล็บเพื่อให้เล็บได้ฟื้นฟู ที่สำคัญหลังการถอดเล็บควรบำรุงเล็บด้วย เคราตินบำรุงเล็บ , นำมันบำรุงจมูกเล็บ เพื่อเล็บที่เงางามและมีสุขภาพดี


ขั้นตอนการถอดเล็บอะคริลิค

         การถอดเล็บอะคริลิคไม่ควรถอดเล็บด้วยตัวเอง ควรทำโดยช่างทำเล็บผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเล็บจริงได้ การถอดด้วยตนเองทำให้เกิดการกระชากหน้าเล็บ ทำให้หน้าเล็บเสียหาย เปราะบาง และฉีกขาดง่าย

  • ทางร้านจะใช้เครื่องเจีย เจียสีเล็บออกก่อน หลังจากนั้นจะทำการห่อน้ำยาถอดอะคริลิค

  • ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดอะคริลิคออกให้สั้น หลังจากนั้นห่อน้ำยาถอดอะคริลิค

  • อะไหล่เล็บต่างๆที่ใช้ตกแต่ง  ที่ติดอยู่บนเล็บ ให้ใช้ที่ตัดหนังหนีบออกก่อน

  • ใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของอะซีโตนโปะลงบนเล็บ แล้วใช้กระดาษฟอยล์ห่อทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที สารดังกล่าวจะทำให้อะคริลิคนิ่มขึ้นใช้ที่ขูดขูดเอาอะคริลิคออก โดยเมื่อตัวอะคริลิคเริ่มแข็ง ให้แช่อะซิโตนอีกรอบ ทำสลับกันไปจนกว่าจะขูดอะคริลิคออกเกือบหมด ช่างทำเล็บจะเก็บรายละเอียดด้วยตะไบเล็บอีกครั้ง โดยจะตะไบอะคริลิคที่เหลืออยู่ให้ออกจนหมด ในส่วนนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตะไบหน้าเล็บจริงมากเกินไป เพราะอาจทำให้หน้าเล็บบางได้

  • ทาด้วยน้ำมันบำรุงเล็บ (Cuccio oil) หรือผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บ Daily Elixir Keratin, CND Rescue RX เคราตินบำรุง ฟื้นฟูเล็บเสีย เคราตินจะเข้าไปซ่อมแซมส่วนหน้าเล็บที่เสียหาย และช่วยให้โครงสร้างหน้าเล็บแข็งแรงขึ้นแนะนำให้ทาเคลือบเล็บไว้


ต่อเล็บอะคริลิค อยู่ได้นานไหม

         ต่อเล็บอะคริลิคสามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ – 1 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและใช้งานของแต่ละคน แต่เมื่อเล็บยาวจนเห็นโคนเล็บจริง จะต้องทำการเติมโคนเล็บเพื่อลดการเกิดปัญหา เล็บยาวจนเกินไป โคนเปิดทำให้เกี่ยวผม หรือโคนเล็บเปิดน้ำเข้า เสี่ยงต่อการเป็นเชื้อรา


ต่อเล็บอะคริลิค ราคาเท่าไร?

         การต่อเล็บอะคริลิคหรือการต่อเล็บ Soft Gel  โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 1,800-2,000 บาท ต่อการต่อเล็บมือหรือเท้า 1 ครั้ง ราคานี้บางร้านจะยังไม่รวบการทำสปาตัดหนัง หรือการทาสี
         การเติมโคนเล็บอะคริลิคจะเริ่มต้นที่ 900-1,200 บาท ต่อการเติมโคนมือหรือเท้า ส่วนการถอดเล็บอะคริลิคราคาจะเริ่มต้นที่ 300 -400 บาท ต่อการถอดมือหรือเท้า


การต่อเล็บอะคริลิค กับต่อเล็บ Soft Gel แบบไหนดีกว่ากัน

         การต่อเล็บแบบอะคริลิค เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก แต่การต่อเล็บอะคริลิคจำเป็นจะต้องต่อโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาได้ ช่างจะใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบเฉพาะ ต่อเล็บอะคริลิคจะต้องวางฟอร์มต่อเล็บให้ดี เพื่อกำหนดความยาวของเล็บและลงอะคริลิคบนเล็บตามรูปร่างและความยาวที่ต้องการ สามารถดีไซน์ ออกแบบทรงเล็บได้เอง และการต่ออะคริลิคจะมีความเรียบเนียนไปกับเนื้อเล็บ สเหมือนเป็นเล็บจริง เมื่อตกแต่งและตะไบอะคริลิคจนได้รูปทรงที่ต้องการ หลังจากนั้นทำการทาสีได้เลย
         การต่อเล็บ Soft Gel เป็นการต่อเล็บที่ง่ายที่สุด สามารถทำเองได้ และใช้เวลาไม่นาน เล็บ Soft Gel นี้ทำจาก เจลที่ขึ้นทรงสำเร็จรูป รูปทรงสวยมีความยืดหยุ่นสูงกว่าพลาสติก มีลักษณะโค้งเข้ากับเล็บจริง บริเวณโคนเล็บบางเล็กน้อยเพื่อให้แนบสนิท ส่วนกลางเล็บต้องหนาเล็กน้อยเพื่อพยุงไม่ให้เล็บหัก และปลายเล็บบางเล็กน้อยเพื่อให้สมจริง รูปทรงสวยตะไบเล็กน้อยก็พร้อมลงสี

         แม้ว่าการต่อเล็บจะเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมความงามให้มือและเท้าแต่ไม่ควรต่อเล็บบ่อยเกินไปนัก และควรใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเล็บที่ได้มาตรฐาน  ดังนั้นการหยุดพักเพื่อให้เล็บได้ฟื้นฟูสภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเล็บได้รับสารเคมีติดต่อกันนานๆ โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องก็อาจทำให้สุขภาพเล็บเสื่อมลงได้ ดังนั้นหลังจากทำเล็บสวยๆแล้วควรที่จะบำรุงด้วย Cuccio Oil ทุกครั้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวบริเวณรอบๆ เล็บไปในตัว

การทำสปาเล็บมือเท้า

การทำสปาเล็บที่หลายคนคงสงสัยว่ามือเท้าของเราสามารถทำสปาได้ด้วยหรอ การทำสปามือและเท้าเหมาะมากๆสำหรับสาวๆ ที่ชอบทำเล็บไม่ว่าจะเป็น ทาสีเจล เพ้นท์ลาย หรือต่อเล็บ การทำสปามือสปาเท้าเป็นการดูแลเล็บมือเล็บเท้าของเรา การทำสปามือสปาเท้าไม่เพียงแต่จะทําให้เท้าของคุณมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณกระจายน้ำหนักของคุณทั่วทั้งเท้าซึ่งสามารถลดอาการปวดขาและปวดหลังจากการยืนเป็นเวลานานได้อีกด้วย การทำสปาเท้าจะช่วยให้ผิวเล็บของทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายดูสุขภาพดี เพราะแต่ละวันมือของเราจะต้องเผชิญหรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกมากมายจากสภาวะแวดล้อมรอบข้างมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เชื้อโรคจะเข้าไปสะสมที่ซอกเล็บได้โดยง่าย การทำสปามือ สปาเท้าจะเป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า และสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ทั้งมือและเท้าให้เรียบเนียนพร้อมลดเลือนริ้วรอย

ประโยชน์ของการทำสปาเล็บมือเท้า

        มือและเท้าเป็นสิ่งที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน ดังนั้นการทำสปาเล็บให้กับมือและเท้าจึงมีประโยชน์มากเพราะเราใช้มือและเท้าสัมผัสกับสิ่งรอบตัวตลอดเวลา และมีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะสะสมสิ่งสกปรกเอาไว้ หากไม่ได้รับการผลัดเซลล์ผิวออก ความสกปรกนั้นก็อาจอยู่ไปตลอดและสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกว่ามือก็คงต้องเป็นเท้า เพราะเราต้องเดินและสัมผัสสิ่งสกปรกที่อยู่ที่พื้น และถ้าหากสิ่งสกปรกสะสมอยู่มากๆ ก็จะทำให้ฝ่าเท้าเกิดความแข็ง แตก ลอก ผิวไม่เรียบเสมอ ประโยชน์ของการทำสปาเล็บ จะไม่ได้บำรุงเพียงแค่เล็บ แต่จะมีการขัดผิวมือและเท้าร่วมด้วย เพื่อเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป ทำให้เมื่อทำเสร็จแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าผิวมือ และผิวเท้าจะเนียนนุ่มขึ้น เพราะเซลล์ที่ตาย และสิ่งสกปรกได้ถูกขัดออกไปแล้ว แต่มันก็จะกลับมาใหม่เมื่อเราสัมผัสกับสิ่งต่างๆ อีก ดังนั้นควรหมั่นดูแลด้วยการทำสปามือเท้าเพื่อเล็บที่ดีและผิวที่เนียนนุ่มขึ้น


วิธีการทำสปาเล็บมือเท้า

  • ล้างสีเล็บเก่าที่ติดอยู่บนเล็บ  โดยใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บแตะปลายเล็บทิ้งไว้สักพักแล้วลูบออก  ล้างเล็บจากนิ้วก้อยจนถึงนิ้วหัวแม่มือ  แล้วใช้สำลีเช็ดไปรอบๆ เล็บ  จากโคนมาปลายเล็บ
  • ใช้กรรไกรตัดแต่งเล็บให้มีความยาวเท่ากัน ตัดที่ปลายเล็บและด้านข้าง  ให้เป็นไปตามรูปเล็บจะได้สวยงาม  ตามด้วยการตะไบเล็บใช้ตะไบเหล็กตะไบแต่งเล็บ  แล้วใช้ตะไบทรายแต่งอีกครั้ง เพื่อให้เล็บเรียบไม่เป็นเสี้ยน  ตะไบเล็บให้ได้รูปสวยตามต้องการ และควรตะไบใปในทางเดียวกัน ไม่ควรตะไบย้อนกลับไปกลับมา 
  • หลังจากนั้นแช่ทั้งเล็บมือและเล็บเท้าในน้ำอุ่นเนื่องจากน้ำอุ่นๆนี้จะช่วยให้เซลล์หนังกำพร้าที่หยาบกร้านนุ่มนวล  ทำให้ง่ายต่อการขจัดเซลล์หนังกำพร้าเหล่านี้ออกไป  
  • ต่อไปเป็นการแปรงเล็บ  ใช้แปรงแตะสบู่ แปรงเล็บให้สะอาด
  • ใช้ตะไบเหล็กดุนหนังด้านมน  เซาะรอบขอบเล็บ  ด้านปลายแหลมแซะใต้เล็บเอาเศษสิ่งสกปรกออก
  • ใช้กรรไกรตัดหนังค่อยๆตัดหนังรอบๆเล็บอย่างเบาๆ อย่ากดลึก  แล้วใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บที่เล็บและใต้เล็บ  ใช้น้ำสะอาดล้างและเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง
  • ต่อไปเป็นการทาเล็บ  ต้องทารองพื้นเล็บด้วยน้ำยารองพื้นเสมอ  เพื่อปกป้องเล็บจากน้ำยาและทำให้การเช็ดสีเล็บง่าย  เริ่มจากนิ้วก้อยก่อนจนถึงนิ้วหัวแม่มือแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง  
  • หลังจากนั้นทาเล็บโดยเริ่มแต้มบางๆ ที่ปลายเล็บก่อน  เพราะเป็นส่วนที่สีจะลอกง่ายที่สุด  จากนั้นจึงเริ่มทาจากโคนเล็บขึ้นมา  และทาด้านข้าง  ทายาทาเล็บ 2 ครั้ง เพื่อให้สีเล็บสวยและสีไม่บางเกินไป  ค่อยๆเช็ดรอบๆเล็บเอาสีที่เปื้อนเลอะออกไป  แล้วจึงค่อยทาน้ำยาเคลือบสีเล็บ  จะช่วยปกป้องสีเล็บไม่ให้หลุดออกไปได้นานนับสัปดาห์
  • เมื่อทาสีเสร็จแล้วทำการบำรุงหนังเล็บมือเท้าด้วยน้ำมัน Cuccio Oil จะทำให้หนังรอบๆเล็บมือเท้า มีความนิ่มลงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหนังบริเวณรอบเล็บ


การทำสปาเล็บมือเท้าเหมาะกับใคร

        การทำสปาเล็บมือเท้าสามารถทำได้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายเพราะเป็นการตัดเล็บ ตัดหนังส่วนเกิน และบำรุงผิวมือและเท้าให้เนียนนุ่มสุขภาพดี บางครั้งการตัดเล็บเองอาจส่งผลให้เกิดเล็บคุดหรือเล็บหลงเหลือได้เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่เหมาะสม ดังนั้นการทำสปาเล็บมือเท้าจึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหากลิ่นเท้า
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวมือ และเท้าให้สุขภาพดีอยู่เสมอ
  • ผู้ที่ต้องการผ่อนคลายพักผ่อน
  • ผู้ที่ไม่ชำนาญในการตัดแต่งเล็บตะไบเล็บด้วยตัวเอง

        การได้รับการดูแลทั้งเล็บมือและเล็บเท้าจะทำให้ทุกคนมีเล็บที่สวยงามดูสะอาดและสุขภาพดี ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น เพราะเล็บมือเล็บเท้าเป็นเหมือนเครื่องประดับที่ติดอยู่กับร่างกายเรา เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องใช้งานเป็นประจำ เราจึงควรดูแลรักษาให้ดีอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีเล็บที่สวยและสุขภาพดีแล้วก็สามารถอวดเล็บได้อย่างมั่นใจ แต่หลังจากการทำสปาเล็บมือเท้าไปแล้ว แนะนำให้บำรุงหนังรอบเล็บมือเท้าอย่างต่อเนื่อง การบำรุงหนังรอบเล็บมือเท้า โดยการใช้น้ำมัน Cuccio Oil จะทำให้หนังรอบๆเล็บมือเท้า มีความนิ่มลง เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหนังบริเวณรอบเล็บ น้ำมัน Cuccio Oil มีให้เลือกหลายกลิ่น สามารถเลือกกลิ่นได้ตามความชอบเลยค่ะ
        การดูแลเล็บมือเล็บเท้าเราสามารถทำได้เองหากมีปัญหาเล็บไม่มากนัก แต่สิ่งที่สำคัญเลยอุปกรณ์ที่เราจะนำมาใช้ในการตัดแต่งเล็บ ตัดหนังต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้มาตราฐาน ร้าน Organiq Nail Spa ได้เลือกใช้อุปกรณ์สำหรับการดูแลเล็บ ตัดเล็บ ตัดหนัง เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าแบรนด์ Starlake และทางร้านเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงผู้เดียวค่ะ

การทาสีเจล

การทำเล็บเจล คือการทาสีเจลแล้วนำมาอบด้วยเครื่องอบโดยใช้แสง UV  เพื่อทำให้สีแห้ง สีเจลอบแล้วจะแห้งทันที ไม่ต้องรอแห้งหรือเป่าลมเหมือนสีทั่วไป และสีเจลจะทนทานกว่าสีทาเล็บทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 2-3 อาทิตย์ จะแวววาวกว่า มันเงากว่า สวยกว่าสีธรรมดา สีเจลยิ่งเช็ดทำความสะอาด ด้วยผ้านุ่มๆ หรือแอลกกอฮอล์ยิ่งเงา แต่ที่สำคัญสีเจลล้างด้วยน้ำยาล้างเล็บธรรมดาไม่ได้ ต้องใช้น้ำยาล้างเจลเฉพาะ แต่โดยรวมแล้วการทาสีเจล ถือเป็นสิ่งยอดนิยมที่สาวๆทุกคนต้องทา และที่สำคัญการทาสีเจลลดปัญหาน่าหงุดหงิด จากสีทาเล็บธรรมดา เช่น แห้งช้า ไม่เงา พังง่าย ไม่ทน ให้หมดไป

สีเจล ต่างจาก สีธรรมดา ยังไง

        การทาสีเจลเป็นวิวัฒนาการใหม่ๆ สีธรรมดา หรือ ยาทาเล็บ ก็คือสีทั่วๆ ไปที่ใช้ทาเพื่อให้เกิดสีสันบนเล็บ จะมีความแตกต่างก็ตรงที่คุณภาพและส่วนผสมที่อยู่ในสีเหล่านั้น ถ้าเป็นสีราคาถูกไม่มีคุณภาพขวดละหลักสิบบาทก็อาจจะมีสารพิษตกข้างบนหน้าเล็บและสามารถเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน ส่วนสีที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างเช่นสีเจลในปัจจุบันจะไม่มีสารก่อให้เกิดมะเร็งเป็นสีแบรนด์นำเข้า สีเหล่านี้จะมีความคงทนและเงางามกว่าสีราคาถูก และเป็นสีที่มีการการันตีว่าเป็นสีปลอดสาร และปลอดภัยต่อแม่และเด็ก จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูงกว่าสีธรรมดา ณ ปัจจุบันนี้สีเจลได้รับความนิยมค่อนข้างสูงเพราะไม่ต้องระวังสีเลอะ หลังทาสีเสร็จสามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้ทันที เพราะสีเจลนั้นแห้งสนิทแล้ว สีจะติดอยู่กับเล็บไม่ลอกร่อนอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์ และการเอาสีออกก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงห่อน้ำยาสีเจลก็จะหลุดร่อนออกมาอย่างง่ายดาย


ขั้นตอนการใช้ยาทาเล็บ สีเจล

  1. เตรียมหน้าเล็บ โดยเช็ดหน้าเล็บให้สะอาด ดันขอบเล็บเข้าไปเล็กน้อย
  2. ตะไบหน้าเล็บ เพียงเบาๆ ให้ทั่วทั้งหน้าเล็บ
  3. ทาสีเจล สำหรับรองพื้น ( base coat gel ) เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 นาที
  4. ทาสีเจลที่ต้องการ ทาบางๆรอบแรก เข้าเครื่องอบเจลประมาน 30 นาที
  5. ทาสีเจล ที่ต้องการ รอบที่สอง เข้าเครื่องอบเจล ประมาณ 30 วินาที
  6. ทาสีเจล สำหรับเคลือบ Top Coat Gel  เข้าเครื่องอบเจลประมาณ 60 วินาที
  7. เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์


ข้อดีข้อเสียของสีเจล และ สีธรรมดา

        การทาสีเจลและสีธรรมดาต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยว่าชอบแบบไหน ดังนั้นการเลือกทาสีจึงมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป

        ข้อเสียสีธรรมดา

  1. แห้งช้า  ในการทาเล็บสีธรรมดาต้องเผื่อเวลา 30- 1 ชั่วโมงกว่าเล็บจะแห้ง เพราะใช้พัดลมในการเป่า
  2. ความเงางามเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง  หลังจากทาเสร็จหยิบจับสิ่งของต้องเพิ่มความระมัดระวังสีเล็บหมองหรือถลอกได้
  3. ไม่ทนทาน เนื่องจากไม่ได้ผ่านการอบสี ใช้การเป่าหรือพักให้แห้งดังนั้นโอกาสที่สีจะหลุดเป็นไปได้ง่าย
  4. กลิ่นแรง สีธรรมดาบางรุ่นบางยี่ห้อ มีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
  5. สีธรรมดาบางรุ่นไม่ได้มีการันตรีสีปลอดสาร

       
        ข้อดีสีธรรดา

  1. ล้างออกง่าย สามารถใช้น้ำยาล้างเล็บทั่วไปถูได้เลย ไม่ต้องห่อให้เสียเวลา
  2. ราคาถูก ราคาไม่ได้สูงเหมือนน้ำยาทาเล็บเจล
  3. สามารถซื้อมาทาได้ด้วยตนเอง เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการอบสี


        ข้อดีสีเจล

  1. สีสด สวย มีความแวววาว แค่ใช่สำลีชุปแอลกอฮอล์ ก็สร้างเงาเล็บให้เหมือนใหม่ได้ตลอดเวลา
  2. สีเล็บเจลแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย สีติดคงทน
  3. ลดขั้นตอนในการรอสีแห้ง เนื่องจากใช้แสง UV ในการอบ อบเสร็จสามารถหยิบจับสิ่งของได้ทันที
  4. มีสีสวย ให้เลือกมากมายหลายสี
  5. ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่ต้องเสียเวลารอสีแห้ง เนื่องจากใช้เครื่องอบ
  6. สามารถทำงานอาร์ตบนเล็บได้หลากหลาย


        ข้อเสียสีเจล

  1. ราคาการทาสีเจลแต่ละครั้งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสีธรรมดา
  2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสีเจลจะมีราคาสูง เช่น เครื่องอบ สีเจลนำเข้า
  3. การทาสีเจล หากช่างไม่มีประสบการณ์อาจทำให้สีที่ทาเป็นคลื่นได้
  4. น้ำยาล้างเล็บที่ใช้ในการถอดสีเจล ต้องได้คุณภาพ หากเป็นของที่ไม่มีคุณภาพ อาจทำให้เล็บเหลืองและเป็นเชื้อราได้
  5. ขั้นตอนในการล้างสีเจล จะต้องมีการตะไบหน้าเล็บหรือใช้เครื่องเจีย ทำการเจียสีบนหน้าเล็บออก หากตะไบหรือเจียสีไม่ดี อาจทำให้เล็บเปราะฉีกขาดง่าย


ทำเล็บเจลอย่างไรให้ปลอดภัย

  1. การพักเล็บ เพื่อเว้นช่วงให้เล็บได้พัก และซ่อมแซมตัวเองอย่างน้อย 1-3 เดือน หรือทำเล็บสีธรรมดาสลับกับเล็บเจล
  2. การพักเล็บยาว กรณีที่เล็บบางหรือเปราะฉีก แนะนำให้พักเล็บอย่างน้อย 3 เดือน ถ้าจะให้ดีคือ 6 เดือนเพราะเล็บใช้เวลาจากโคนถึงปลายประมาณ 6 เดือน
  3. หมั่นทาครีมหรือออยบำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เล็บได้รับความชุมชื่นทุกครั้ง หลังล้างมือตามด้วย หรือผลิตภัณฑ์บำรุงจมูกเล็บเช่น Cuccio Oil, CND RescueRx, Daily Keratin ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเหมาะมากๆสำหรับการพักเล็บและฟื้นฟูเล็บ
  4. การทำเล็บเจลอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะว่าเครื่องอบเล็บเจลบางร้านใช้เครื่องอบที่ไม่ได้มาตราฐานถ้าเราได้รับมันในปริมาณที่เข้มข้นมากจนเกินไปและต่อเนื่อง ในระยะยาวมันก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังนั้นเอง ควรเลือกและมองหาร้านที่ใช้เครื่องอบที่มีคุณภาพ มีการการันตรีว่าไม่ทำร้ายผิว


คำแนะนำหลังทำเล็บเจล

        1. ห้ามแกะเล็บเจลออกเอง

        หากต้องการนำเล็บเจลออก ต้องทำให้ถูกวิธี การแกะออกเองอาจทำให้หน้าเล็บโดนดึงไปพร้อมกับความเหนียวของตัวเล็บ ที่ส่งผลให้เล็บอาจฉีกได้ และหน้าเล็บบาง อ่อนแอ ลงได้ แนะนำให้ไปล้างที่ร้านหรือทำเองให้นำสำลีชุปน้ำยาถอดเล็บแล้วห่อทิ้งไว้ ก็สามารถนำเล็บเจลออกได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

        2.ห้ามใช้สินค้าไม่มีคุณภาพ

        ควรเลือกสินค้าและสีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันสารเคมีอันตรายจากเล็บเจลซึมเข้าสู่หน้าเล็บ ที่จะเป็นการสะสมของสารมีและส่งผลให้ระยะยาวได้ รวมไปถึงการป้องกันไม่ให้เล็บอ่อนแอจากการตะไบหน้าเล็บอีกด้วย

        3. ห้ามลืมที่จะบำรุงเล็บอยู่เสมอ

        หลังจากทาสีเล็บแล้วต้องดูแลเล็บของเราให้สวยและสุขภาพดีอยู่เสมอ ด้วยการทาครีมบำรุงมือและเล็บ เพื่อให้เล็บมีความชุ่มชื่น ไม่แห้งเสีย สามารถใช้เป็นน้ำมันหรือ Oil บำรุงได้ แนะนำ Oil ที่มีกลิ่นหอมธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสดชื่น แบรนด์ที่ทางร้านแนะนำเป็นแบรนด์ Cuccio Oil ช่วยบำรุงเล็บและมีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย

ลิฟติ้งขนตา

ลิฟติ้งขนตา (Eyelash lifting) หรือที่หลายคนเรียกว่าดัดโคนขนตาหรือยกโคนขนตา ช่วยให้ขนตางอนขึ้นเหมือนปัดขนตา การลิฟขนตาคือการดัดขนตา ทำให้ดูยาวและเต็มขึ้นโดยไม่ใช้ขนตาปลอม ลิฟติ้งขนตาเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากหลายคนหันมาเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของขนตาและความงามแบบธรรมชาติๆ  ลิฟติ้งขนตาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ลิฟติ้งอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 อาทิตย์ และไม่ต้องการดูแลมากมายหลังบริการ วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีความยาวและปริมาณขนตามากอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ขนตางอนขึ้นโดยไม่ต้องใช้มาสคาร่าปัดทุกวัน รู้สึกเบา ไม่หนักตา ธรรมชาติกว่า เพราะเป็นขนตาตัวเอง

ขั้นตอนการลิฟติ้งขนตา

การลิฟติ้งขนตาจะใช้เวลารวมประมาณ 45 นาที ระหว่างที่นอนลิฟติ้งขนตาที่ร้าน Organiq Nail Spa สามารถทำเล็บมือสวยๆไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

  • เตรียมความพร้อมก่อนลิฟติ้งขนตา ทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณขนตา ถ้าใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำต้องถอดออก
  • ทำการวางซิลิโคนแผ่นยาวบนเปลือกตา (ชิดกับขนตา) จากนั้นทาสารเคมีทำให้สามารถปรับแต่งรูปทรงของขนตาใหม่ได้ง่ายไว้ที่ซิลิโคน
  • จากนั้นจะทำการปัดขนตาขึ้นมาติดกับซิลิโคนที่อยู่ด้านบน บางที่อาจมีการใช้เซรั่ม (Serum) บำรุงขนตาและย้อมสีขนตาด้วย
  • ทิ้งไว้เป็นเวลา 15-20 นาที ก่อนจะเช็ดออก

ระยะเวลาและผลลัพธ์ของการลิฟติ้งขนตาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ผู้ให้บริการจะเป็นผู้แจ้งให้ทราบถึงความเป็นไปได้ก่อนที่จะทำ


ลิฟติ้งหรือต่อขนตาดีกว่ากัน

        ไม่มีอันไหนดีกว่าอันไหนค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ถ้าอยากได้ขนตาดูสวยเป็นธรรมชาติก็ลิฟติ้ง ถ้าอยากได้สวยแบบสะพรึงเต็มๆหน่อยก็ต่อขนตา บางท่านมีขนตาบางและสั้นมากๆ ผลลัพธ์ของการลิฟติ้งขนตาอาจจะไม่ถูกใจ ทางร้าน Organiq Nail Spa จะแนะนำให้ใช้เซรั่มขนตาก่อน Eyelash Serum เพื่อกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นขนตา ให้ขนตายาว หนา และแข็งแรง ลิฟติ้งจะได้สวย หรือบางคนก็จะทำลิฟติ้งขนตาหลังจากต่อขนตาแล้วสลับไปมา เพื่อให้ขนตาได้พักและยังได้บำรุงสุขภาพขนตาจากลิฟติ้งด้วย

ลิฟติ้งขนตา 

        ยกโคนขนตาของตัวเองเด้งงอนโดยไม่ต้องใช้ที่ดัดขนตา สามารถปัดมาสคาร่าเพิ่มความเด้งได้อีก  ไม่ทำให้เกิดความรำคาญ เพราะมันคือขนตาเราเอง

เหมาะกับ : คนที่มีพื้นคนตายาว หนา ในระดับหนึ่ง ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้น

การติดทน :  1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง หรืออาจนานกว่านั้น

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้มาสคาร่ากันน้ำเพราะทำให้ล้างทำความสะอาดยากหากไม่ใช้ออยล์ ควรระวังการเช็ดเครื่องสำอางไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของออยล์เพราะจำให้น้ำยาที่เคลือบขนตานั้นเสื่อมไว และควรระวังท่านอนดีๆ อาจทำให้ขนตาหัก

ต่อขนตา งอนสวยปิ๊งไม่ต้องแต่งหน้าเยอะก็สวย

ขนตาดูหนา เด้ง สามารถเลือกระดับความงอน ความหนาได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องปัดมาสคาร่าเพิ่มก็มีขนตาที่ดำเข้ม งอนหนา ดูตาหวาน ตื่นมาลงแป้งเขียนคิ้ว ปัดแก้ม ทาลิปก็จบ เพราะขนตาจะทำให้ตาสวยหวานไม่ต้องแต่งตาก็รอดได้

เหมาะกับ : สาวที่มีขนตาสั้น บาง หรือสาวที่มีขนตาอยู่แล้วแต่อยากเพิ่มความงอนความเด้ง

การติดทน : 2-3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ถ้ารักษาดีๆ ต้องหมั่นแปรงขนตาไม่ให้ยุ่งเหยิงด้วย

ข้อควรระวัง : ถ้าแต่งตาแล้วเช็ดเครื่องสำอางที่ตา ต้องเบามือมากๆ เพราะขนตาอาจร่วงได้ และยังทำให้ขนตาจริงหลุดมาด้วย ควรระมัดระวังท่านอนเพราะขนตาอาจเบี้ยว หัก หรือร่วง

การดูแลรักษาขนตาลิฟติ้ง

  • ห้ามโดนน้ำหรือไอน้ำอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ อบซาวน่า 
  • ขนะนอนควรระวังหมอน ควรเลี่ยงการสัมผัสกับขนตา พักก่อนสัก 2 วัน ให้ขนตาได้อยู่ทรง
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil) และ พาราเบน (Parabens)
  • สามารถใช้มาสคาร่าแบบไม่มีน้ำมัน (oil) และเว้นระยะ 48 ชั่วโมงหลังลิฟติ้งก่อนใช้


คนท้องลิฟติ้งขนตาได้ไหม
?

การลิฟติ้งขนตานั้น คือการนำเส้นขนตามาจัดเรียงบนซิลิโคน เพื่อให้ขนตางอนแล้วใช้ครีมลิฟติ้งทาบนขนตา และย้อมสีขนตา 

  • คนท้องมีการแพ้น้ำยาดัดผมหรือน้ำยาย้อมสีผมหรือไม่ (ถ้าคนท้องแพ้น้ำยาดัดผม น้ำยาย้อมผมก็มีโอกาสเสี่ยงแพ้ครีมลิฟติ้ง (น้ำยาดัดผมน้ำยาย้อมผม กับน้ำยาลิฟติ้ง ไม่เหมือนกันแต่ป้องกันไว้ก่อน)
  • การลิฟติ้งต้องนอนหงาย ปิดตา 1.30 ชม คนท้องต้องถามตัวเองว่า นอนหงายนานๆ ได้หรือไม่
  •  ฮอร์โมนของคนท้อง มีการแปรปรวนยิ่งช่วงไตรมาสสุดท้าย มีโอกาสสูงที่จะลิฟติ้งไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อย หรือลิฟติ้งขึ้น แต่อยู่ได้ไม่นาน ได้มีบทความของต่างประเทศมากมายกล่าวไว้


ลิฟติ้งขนตาแล้ว เห็นผลเลยหรือไม่
?

        หลังจากทำการลิฟติ้งเสร็จขนตาจะงอนโค้งได้รูป เห็นผลชัดเจน 


ลิฟติ้งขนตา อยู่ได้นานแค่ไหน
?

  • ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย ว่ายน้ำ อบซาวน่า อาจมีผลต่อรูปทรงขนตา

ลิฟติ้งขนตาที่ไหนดี

        การเลือกสถานที่จำเป็นและสำคัญมากเพราะช่างที่จะให้บริการต้องมีความรู้ความชำนาญเรื่องเส้นขนตาและขั้นตอนการลิฟติ้งอย่างแท้จริง ขนตานั้นเป็นบริเวณที่บอบบางและใกล้เคียงดวงตามาก การลิฟติ้งขนตาที่ Organiq Nail Spa ช่างที่ให้บริการเป็นช่างขนตาเฉพาะทางประสบการณ์สูงมีความเชี่ยวชาญ และผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และทางร้านใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดต่อบริเวณที่บอบบาง คุณลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ามารับบริการที่ร้านปลอดภัยและถูกใจแน่นอนค่ะ แต่ถ้าอยากให้ขนตาดูมีมิติมากกว่าการลิฟติ้งก็ขอแนะนำเป็นการต่อขนตาคะ จะได้ลุคที่ฟุ้งฟูกว่าการลิฟติ้งค่ะ

ลิฟติ้งขนคิ้ว

การลิฟติ้งขนคิ้วเป็นบริการการสร้างคิ้วที่ตั้งเรียงเส้นมันวาว สำหรับคนที่ชอบใช้มาสคาร่าปัดยกคิ้วให้ตั้งขึ้น ตัวนี้จะตอบโจทย์มากๆ เพราะขนคิ้วจะตั้งได้ โดยไม่ต้องใช้มาสคาร่าปัดคิ้วก็อยู่ได้ทั้งวัน โดยจะใช้น้ำยายืดขนคิ้วให้เรียงตัวสวยก่อนที่จะจัดแต่งทรงให้เข้ารูป การลิฟติ้งคิ้วให้ผลลัพธ์เรียกได้ว่ากึ่งถาวร (semi-permanent) เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องแต่งทรง ขั้นตอนนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการปัดแต่งทรงคิ้วในทุก ๆ วัน วันไหนอยากจะตั้งน้อย ตั้งมาก กำหนดได้เอง นอกจากคิ้วจะตั้งแล้ว จะช่วยให้คิ้วดูเต็มกรอบคิ้ว คิ้วดูมีขนเยอะขึ้นทำให้คุณมีคิ้วที่สวยโดดเด่นโดยไม่ต้องเสียเวลาอย่างแน่นอนค่ะ แต่ขนคิ้วยังไม่เป็นรูปทรงก็จะแนะนำให้ทำการแว๊กซ์คิ้วเพื่อทำการจัดทรงคิ้วให้สวยพร้อมสำหรับการทำลิฟติ้งขนคิ้วคะ

ลิฟติ้งขนคิ้วอยู่ได้นานไหม

         การลิฟติ้งขนคิ้วให้ผลลัพธ์กึ่งถาวรนั่นคือจะอยู่ไปประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่งซึ่งหลังทำไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ หลังจากนั้นหากขนคิ้วมีการตกลงมาหรือทรงไม่เข้ารูปสามารถมาทำซ้ำได้ทันทีค่ะไม่ว่าจะเป็นขนคิ้วหรือขนตาความอยู่ทนขึ้นอยู่การผลัดเส้นขนของแต่ละบุคคล แต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนมากจะอยู่ได้เต็มที่เลย 2 เดือน และสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยในการจัดเซ็ททรงคิ้วได้เช่น Belliss Lash Fixer จะช่วยฟิกและจัดทรงขนคิ้วให้ตั้งตลอดทั้งวันค่ะ

ใครเหมาะกับการลิฟติ้งคิ้ว

         การลิฟติ้งคิ้วเหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดเวลาการจัดแต่งทรงคิ้ว ผู้ที่มีขนคิ้วบางคิ้วสั้น ขนคิ้วไม่เป็นรูป ไม่เรียงตัว การลิฟติ้งจะช่วยให้คิ้วดูหนาและยาวขึ้น ขนคิ้วตั้งเรียงเส้น จัดทรงง่าย ผลลัพธ์การลิฟติ้งอยู่ยาวนาน 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง

การดูแลหลังการทำลิฟติ้งคิ้ว 

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน 1-2วัน
  • หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ 5 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำยาเซตตัวได้นานที่สุด
  • ใช้แปรงปัดเซ็ทขนคิ้วเป็นประจำ
  • ไม่ควรขยี้เส้นขนคิ้ว

ลิฟติ้งคิ้วที่ไหนดี

         การลิฟติ้งคิ้วเนื่องจากเป็นบริเวณที่อ่อนโยนและต้องมีเทคนิคการออกแบบคิ้ว แว็กซ์คิ้วแนะนำให้เลือกร้านที่มีช่างเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาได้คิ้วตรงเรียงเส้น สวยงาม หากช่างที่ทำไม่มีความชำนาญมากพอคิ้วอาจเกิดการหยิก คด งอ ถาวรได้ การลิฟติ้งคิ้วที่ร้าน Organiq Nail Spa ให้บริการโดยช่างคิ้วเฉพาะทางและเราใช้น้ำยาที่มีความอ่อนโยนสูง ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถมั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ และที่สำคัญต้องอย่าลืมจัดทรงคิ้วแว๊กซ์คิ้วให้สวยงามก่อนทำการลิฟติ้งคิ้วนะคะ